Live & LeaRn เพราะโลกกว้าง…จึงต้องเดินทาง

All that glitters is not gold~

(๏̯͡๏) Chill ~ Chill (๏̯͡๏) คนธรรมดา เดินดิน
รักคือกำลังใจที่งดงาม

ล่าสุด

9 ข้อที่ควรคำนึงก่อนเลือกซื้อแท็บเล็ต (Tablet) *-*

[บทความ] 9 ข้อที่ควรคำนึงก่อนเลือกซื้อแท็บเล็ต (Tablet)

 

เนื่องจากในปีนี้เริ่มจะมีแท็บเล็ตออกมาให้เลือกซื้อกันหลายรุ่นหลายยี่ห้อมากขึ้น ทางเว็บ TabletD เลยจะมาแนะนำเทคนิคและวิธีการเลือกซื้อแท็บเล็ตที่่ออกวางจำหน่ายในตลาดบ้านเราแล้วให้ได้ทราบกันเผื่อว่าอาจจะมีประโยชน์ให้กับใครที่กำลังสนใจ และตัดสินใจที่จะเลือกซื้อแท็บเล็ตมาใช้งานสักตัว แต่ยังเลือกไม่ถูกหรือไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไร

1. ระบบปฏิบัติการ สิ่งแรกที่เราต้องรู้จักและทำความเข้าใจก็คือระบบปฏิบัติการ หลายคนอาจจะงงๆว่าระบบปฏิบัติการคืออะไร ?? ถ้าให้ผมอธิบายคร่าวๆมันก็คือ “โปรแกรมที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำหรับติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานและตัวเครื่อง” งงไหมครับ ?? ถ้างงผมยกตัวอย่างระบบปฏิบัติการที่หลายคนใช้กันอยู่เป็นประจำแล้วกัน นั่นก็คือ Windows ซึ่ง Windows XP, Vista, 7 ต่างๆเหล่านี้ถือเป็นระบบปฏิบัติการตัวนึง และแท็บเล็ตก็จำเป็นที่ต้องมีระบบปฏิบัติการไว้สำหรับใช้งาน ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็จะมีระบบปฏิบัติการหลักๆอยู่ 4 ตัวในตลาดได้แก่
  • iOS ระบบปฏิบัติการจากค่าย Apple ซึ่งแท็บเล็ตที่ใช้อยู่ก็คือ iPad นั่นเอง และถ้าให้พูดถึงจุดเด่นของ iOS แล้วละก็คงจะเป็นที่ความลื่นไหล ระบบการทำงานและจัดการหน่วยความจำที่ดี เพราะถึงแม้ iPad 2 จะมีหน่วยความจำแรมเพียงแค่ 512MB แต่การทำงานกลับลื่นไหลไม่ต่างจากแท็บเล็ตตัวอื่นๆที่มีหน่วยความจำมากกว่า ส่วนข้อด้อยเป็นระบบปฏิบัติการตัวเดียวที่ไม่รองรับ Flash (ไม่สามารถแสดงผลได้) และการเชื่อมต่อที่ต้องทำผ่านซอฟท์แวร์ iTune เท่านั้น
  • Android ระบบปฏิบัติการจากค่าย Google เดิมทีทาง Google ได้พัฒนาขึ้นมาใช้สำหรับมือถือสมาร์ทโฟนซึ่งก็มีบางค่ายได้นำไปปรับปรุงแล้วใส่ในแท็บเล็ต ตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy Tab รุ่นแรกโดยตัวระบบปฏิบัติการที่ใช้นั่นจะเป็น Android Froyo ต่อมาทาง Google ถึงได้พัฒนาระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่นใหม่ให้รองรับแท็บเล็ตที่มีหน้าจอขนาดใหญ่กว่ามือถือสมาร์ทโฟนโดยตั้งชื่อมันว่า Honeycomb ซึ่งจะมีหลายเวอร์ชั่นด้วยกันดังนี้
    • 3.0 – เป็นเวอร์ชั่นแรกที่ออกมาสำหรับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ การทำงานโดยรวมทั้งความเร็วและความลื่นเมื่อเทียบกับ iOS แล้วยังสู้ไม่ได้ แต่จะได้เปรียบและดีกว่า iOS ตรงรองรับ Flash และส่วนการเชื่อมต่อที่ทำได้ง่ายเพียงแค่เสียบเข้ากับเครื่องคอมก็จะมองเห็นเป็นอุปกรณ์อีกตัวนึงสามารถทำงาน copy, paste, delete ไฟล์ต่างๆได้สะดวก
    • 3.1 – มีการปรับปรุงจากเวอร์ชั่น 3.0 ในด้านความเร็วในการใช้งานให้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อและโอนถ่ายข้อมูลผ่านช่อง USB
    • 3.2 – เพิ่มโหมดการแสดงผลสำหรับแอพพลิเคชั่นบนมือถือให้สามารถแสดงผลบนแท็บเล็ตได้อย่างถูกต้อง และปรับปรุงให้รองรับกับแท็บเล็ตขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว
  • Windows ระบบปฏิบัติการจากค่าย Microsoft หลายคนอาจจะชินและคุ้นเคยกับการใช้งาน Windows เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และยิ่งหน้าจอเป็นแบบสัมผัสอีกด้วยก็ช่วยให้แท็บเล็ตน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามตัว Windows 7 นั้นยังคงไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้สำหรับแท็บเล็ตบางส่วนจึงอาจจะเล็กเกินไปที่จะใช้นิ้วสัมผัสได้ นอกจากนี้ระยะเวลาการใช้งานก็ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับ iOS, Android และ BlackBerry Tablet OS
  • BlackBerry Tablet OS ระบบปฏิบัติการจากค่าย RIM เจ้าของมือถือสมาร์ทโฟน BB นั่นเอง โดยระบบปฏิบัติการตัวนี้จะพัฒนามาสำหรับ PlayBook โดยเฉพาะ การทำงานโดยรวมก็ถือได้ว่าลื่นไหลไม่แพ้ iOS นอกจากนี้ยังออกแบบการใช้งานโดยวิธีการสัมผัสต่างๆช่วยให้ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น จุดเด่นอีกอย่างก็คือการทำงานของ Multitasking หรือเปิดแอพพลิเคชั่นหลายตัวพร้อมกันสามารถทำได้ดีกว่าระบบปฏิบัติการตัวอื่นๆ หรือเทียบเท่า Windows ได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม PlayBook จำเป็นจะต้องมีมือถือ BB ถึงจะสามารถใช้งานส่วน เช็คอีเมลล์, รายชื่อ, ปฏิทิน, BBM ได้ และยังไม่รองรับภาษาไทยอีกด้วย
2. ขนาดหน้าจอ แท็บเล็ตในท้องตลาด ณ ตอนนี้มีหลายขนาดให้เลือกซื้อ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานหรือความชอบของแต่ละคน โดยผมจะขอแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ดังต่อไปนี้ คือ
7 นิ้ว  - ขนาดไม่ใหญ่มากพกพาสะดวกเหมือนกับเราพกพ็อกเก็ตบุ๊คสักหนึ่งเล่ม
10 นิ้ว - จอใหญ่แสดงผลได้เยอะแต่ขนาดและน้ำหนักก็จะใหญ่และสูงตามไปด้วย
3. น้ำหนัก ถือเป็นปัจจัยหลักที่ต้องคำนึงถึงเนื่องจากโดยทั่วไปแล้วเรามักจะถือใช้งานเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผมได้สัมผัสมาหลายตัวบอกได้เลยว่าตัวที่มีน้ำหนักประมาณ 700 กรัมจะถือได้ไม่นานเท่าไรนัก และยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงแล้วละก็คงจะถือไม่ไหวอย่างแน่นอนต้องอาศัยการวางบนโต๊ะสลับกับถือเป็นระยะๆแทน หรืออีกวิธีก็คือวางบนตักคงพอใช้งานได้นานขึ้นอีกนิด
4. การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แท็บเล็ตส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 รุ่นกว้างๆได้แก่ WiFi และ 3G + WiFi การเลือกซื้อเราต้องดูลักษณะการใช้งานของตัวเราเอง
  • ถ้าเราใช้เฉพาะในบ้านหรือในอาคารเสียเป็นส่วนใหญ่รุ่น WiFi อย่างเดียวก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้วเพราะราคาจะไม่สูงมากสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านเครือข่าย WiFi ภายในบ้านหรือตามสถานที่ต่างๆได้
  • แต่ถ้าในกรณีที่เราออกข้างนอกบ่อยๆหรือใช้ชีวิตบนรถมากกว่าอยู่ในบ้านคงต้องเป็นรุ่น 3G + WiFi เพราะ 3G จะมีสัญญาณที่ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า (ณ ปัจจุบันอาจจะรองรับเฉพาะในกรุงเทพ) แต่ราคาก็จะสูงกว่ารุ่น WiFi อย่างเดียวประมาณ 2 – 3 พันบาท
  • หรืออีกกรณีถ้าใครมี MiFi อยู่แล้ว (อุปกรณ์สำหรับกระจายสัญญาณ WiFi โดยเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 3G ราคาตัวอุปกรณ์ตกประมาณ 3 – 4 พันบาท) ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่น 3G + WiFi ก็ได้ซื้อรุ่น WiFi อย่างเดียวก็เพียงพอ แต่ถ้าใครไม่มี MiFi และไม่อยากจะซื้อรุ่น 3G + WiFi ยังมีอีกตัวเลือกก็คือ AirCard เนื่องจากตัวอุปกรณ์มีราคาไม่สูงเพียง 1 – 2 พันบาท แต่ก็จะใช้ได้เพียงแท็บเล็ตที่รันระบบปฏิบัติการ Windows เท่านั้นระบบปฏิบัติการอื่นๆยังคงไม่รองรับ
5. ความจุ ในที่นี้ก็คือพื้นที่เก็บข้อมูลภายในหรือบางที่ก็เรียกว่าหน่วยความจำ มีให้เลือกด้วยกันหลายรุ่นหลายขนาดได้แก่ 16GB/32GB/64GB แต่ราคาก็จะสูงขึ้นไปเรื่อยๆรุ่นละ 2-3 พันบาท  การเลือกซื้อส่วนใหญ่ไฟล์ที่กินพื้นที่มักจะเป็นไฟล์หนังซึ่งเรื่องนึงก็กินไป 1 – 2GB แล้ว ถ้าใครไม่เก็บไฟล์หนังไว้บนเครื่องเพียงแค่เก็บไฟล์เพลง รูป + แอพพลิเคชั่นนิดหน่อยขนาด 16GB ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว แต่ถ้าใครไม่ต้องการมานั่งลบบ่อยๆและมีงบประมาณระดับนึงก็ให้เลือกขนาดความจุที่สูงๆเข้าไว้ครับ
อย่างไรก็ตามแท็บเล็ตบางรุ่นจะมีส่วนเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาหลายรูปแบบซึ่งก็ถือเป็นตัวที่ต้องคำนึงถึงด้วยเหมือนกันเพราะเราไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อความจุเยอะๆ แต่อาศัยเก็บข้อมูลที่อื่นแทน ตัวอย่างเช่น
  • ถ้าเครื่องไหนที่มีช่องเสียบการ์ด microSD จะได้เปรียบเพราะสามารถไปเก็บข้อมูลในการ์ดแทนได้
  • อีกวิธีที่ช่วยเพิ่มพื้นที่การใช้งานก็คือบริการ cloud หรือกลุ่มเมฆซึ่งเราสามารถนำไฟล์ไปฝากไว้ที่บริการนี้ได้โดยไม่ต้องเก็บไว้ในเครื่อง (ตอนนี้มีเพียง ASUS Eee Pad Transformer เท่านั้นที่มีบริการนี้ให้ใช้งานฟรีในช่วงแรก)
  • Clear.fi เป็นเทคโนโลยีที่มีเฉพาะแท็บเล็ตของ Acer เท่านั้นโดย Clear.fi จะช่วยให้เราสามารถเล่นไฟล์เพลง, ดูไฟล์หนังและดูรูปโดยที่ไม่ต้องเก็บไฟล์เหล่านั้นลงบนเครื่องเลย เพียงแต่อ่านไฟล์จากเครื่องอื่นผ่านเครือข่าย WiFi แทนและเป็นแบบ Streaming ด้วยไม่ต้องรอก็อปปี้ไฟล์
6. ช่องเสียบ สำหรับ iPad นั้นจะไม่มีช่องเสียบใดๆติดมากับตัวเครื่องต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมถึงจะสามารถใช้งานได้ แต่สำหรับแท็บเล็ต Android และ Windows ส่วนมากจะมีช่องเสียบเพิ่มเติมติดมากับตัวเครื่องเลยทำให้เราไม่จำเป็นจะต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมใดๆก็ถือเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนหนึ่ง สำหรับช่องเสียบต่างๆบนแท็บเล็ตนั้นมีดังต่อไปนี้
USB / Mini USB / micro USB - สำหรับเสียบ Flash Drive, External Harddisk, เม้าส์, คีย์บอร์ด
HDMI / mini HDMI micro HDMI - เอาไว้ต่อเอาภาพจากแท็บเล็ตออกจอทีวี
SD / SDHC / microSD - กล้องดิจิตอลหรือกล้องวีดีโอส่วนมากจะใช้การ์ด SDHC หรือ SD ซึ่งเราก็สามารถจะนำไปเสียบเข้ากับแท็บเล็ตที่มีช่องเหล่านี้เพื่อทำการโอนถ่ายข้อมูลได้ทันที หรือถ้าเครื่องไหนมีช่องเสียบ microSD ก็สามารถใช้เพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลต่างๆได้มากกว่าความจุที่มีอยู่ในเครื่อง
7. แอพพลิเคชั่น เป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มมิติและประโยชน์ในการใช้งานของแท็บเล็ต ถ้าให้เรียงลำดับตามแอพพลิเคชั่นที่ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุดผมให้แท็บเล็ตที่รันระบบปฏิบัติการ Windows มาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ iOS, Android และ BlackBerry Tablet OS
8. ลูกเล่นเพิ่มเติม เนื่องจากหลายๆบริษัทต้องการสร้างความแตกต่างให้กับแท็บเล็ตของตัวเอง บางบริษัทจึงได้มีการเพิ่มเติมฟีเจอร์และลูกเล่นต่างๆให้แตกต่างจากค่ายอื่นๆ ดังเช่น
ฮาร์ดแวร์
    • คีย์บอร์ด Dock สำหรับแปล่งร่างเป็นเน็ตบุ๊คของ ASUS Eee Pad Transformer
    • คีย์บอร์ด Dock สำหรับแปล่งร่างเป็นเน็ตบุ๊คของ Acer Iconia Tab W500, W501
    • ปากกา Magic Pen ของ HTC Flyer
    • กล้องถ่ายภาพ 3 มิติ ของ LG Optimus Pad
ซอฟท์แวร์
  • TouchWiz UX ใน Samsung Galaxy Tab 10.1
  • Clear.fi ใน Acer Iconia Tab A500, A501, W500, W501
  • โทรได้ Samsung Galaxy Tab รุ่นแรก

9. ราคา ข้อนี้สำหรับผมถือเป็นปัจจัยหลักครับ ตามความคิดของผมยังมองว่าแท็บเล็ตเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์น้อยกว่าโน๊ตบุ๊ค ซึ่งถ้าราคาสูงเกินไปก็ดูจะสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ และช่วงนี้ยังเป็นช่วงเริ่มต้นและทดลองตลาดกันเสียมากกว่าราคาส่วนใหญ่ยังคงสูงอยู่ แต่ถ้าใครตัดสินใจที่อยากจะได้สักตัวมาไว้ใช้งานก็ควรจะเลือกซื้อตัวที่ราคาไม่สูงจนเกินไป

สรุป 
แท็บเล็ตไม่ใช่สิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของเรา การจะซื้อแท็บเล็ตสักตัวอยากให้คำนึงถึงประโยชน์ที่เราจะได้จากมันหรือง่ายๆคือซื้อมาแล้วได้ใช้งานไม่ต้องแปรสภาพไปเป็นที่ทับกระดาษ แต่ถ้าคิดแล้วไม่มีหรือซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้อะไร ผมแนะนำว่าอย่าเพิ่งซื้อจะดีกว่าครับเพราะแท็บเล็ตตัวนึงราคาไม่ถือว่าถูก ควรจะซื้อเมื่อเราต้องใช้งาน แท็บเล็ตถึงจะมีประโยชน์มากที่สุด
รวบรวมและเรียบเรียงโดย TabletD.com
ที่มา: www.tabletd.com

วันที่: 22 ส.ค. 54 : 18:17 โดย admin

++++++++++++++++++++++++++++
ขอบคุณบทความดีๆ
ของมันล่อตาล่อใจซะเหลือเกิ้นนนนน  … อดทน! กับกิเลสที่ยั่วยวน อิอิ ^^~
++ มือถืิอ…ก็มีแล้ว เอาไว้โทร ตู้ดๆๆๆ
++ Note book ก็มีแล้ว … ทิ้งไว้ให้ฝุ่นขึ้น
++ ของเล่นชิ้นใหม่ Tablett … เอาไว้ทับกระดาษ เหอะๆ
โอม   จง..พอๆๆๆ  เพี้ยง! D:~

ราคาล่าสุด แทบเลตในประเทศไทย ใครกำลังมองหาแทบเลตซักเครื่องพลาดไม่ได้!

  • 23 ส.ค. 54 09.28 น.

ราคาล่าสุด แทบเลตในประเทศไทย ใครกำลังมองหาแทบเลตซักเครื่องพลาดไม่ได้!

ปัจจุบันมีแทบเลตมากมายหลายค่าย หลายระบบให้เลือกสรรกัน ทั้งที่วางตลาดแล้ว และยังไม่ได้วางจำหน่าย แต่วันนี้ทาง TechXcite ได้ รวบรวมข้อมูล สเปคอย่างคร่าวๆ และราคาปัจจุบันของแทบเลตที่วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย สำหรับใครที่กำลังมองหาแทบเลต และมีแฟนที่จะซื้อในเร็วๆ นี้ครับ

มาที่ตัวแรกเลยครับสำหรับ Motorola Xoom
แทบเลตแอนดรอยด์ตัวแรงจากทางฝั่งค่ายสหรัฐเขา มาพร้อมหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1280×800 พิกเซล มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 3.0 Honeycomb (สามารถอัพเกรดได้ แต่ตอนนี้ยังไม่เปิดครับ) ใช้ชิปประมวลผล1GHz dual-core แรม 1GB หน่วยความจำภายใน 32GB มีกล้องหน้าหลัง

ราคาปัจจุบัน 19,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 23,900 บาท สำหรับรุ่น 3G

BlackBerry PlayBook
แทบเลตจากค่าย Research In Motion มาพร้อมหน้าจอขนาด 7.1 นิ้ว ความละเอียด 1200×600 พิกเซล ใช้หน่วยความจำ 1GHz dual-core processor พร้อมกล้องหน้าหลัง (ใช้ระบบปฏิบัติการเฉพาะของ Blackberry เอง แต่สามารถลงแอพเพื่อให้ใช้ Android ได้) รองรับ Flash แต่ไม่มี 3G และมีข่าวลือว่าประมาณปลายเดือนนี้ BlackBerry PlayBook จะได้ตัวอัพเดตภาษาไทยแล้ว

ราคาปัจจุบัน 16,990, 18,990, และ 21,990 บาท สำหรับรุ่น 16GB, 32GB และ 64GB ตามลำดับ

HTC Flyer
แทบเลตรุ่นเล็กจากค่าย HTC มาพร้อมหน้าจอขนาด 7 นิ้ว รองรับการใช้งาน Magic Pen ที่สามารถเขียนตัวหนังสือ แทนการพิมพ์ได้ ใช้ชิปประมวลผล 1.5GHz Qualcomm Snapdragon ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.3 Gingerbread
ราคาปัจจุบัน 21.500 บาท

Acer Iconia Tab
Acer
 ได้ส่งแทบเลตลงสู่ตลาดมากมายหลายรุ่น แต่รุ่นที่จะดูน่าสนใจสุดน่าจะเป็นเจ้า A500 นี่และครับ โดยเจ้านี้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติ การ Android Honeycomb OS การออกแบบแน่นหนา และก็หนากว่าคู่แข่งด้วยครับ ใช้ชิปNVIDIA Tegra 2 1GHz dual-core มีหน้าจอ 10.1 นิ้ว แรม 1GB ไม่มี 3G ครับ (ใครที่สนใจ 3G ให้ไปมอง Acer Iconia Tab A501 ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานนี้ครับ)

ราคา 14,900 บาท และ 15,900 สำหรับรุ่น 16GB และ 32GB

และตัวสุดท้าย ไม่พูดถึงไม่ได้ Apple iPad 2
ต้นตำหรับความแรงของแทบเลตในยุคปัจจุบัน จาก Apple มาพร้อมกับหน้าจอสุดทนทาน Gorilla Glass และแอพเด็ดๆ อีกมากมายใน App Store หน้าจอขนาด 9.7 นิ้ว ใช้ชิป dual-core A5 มีกล้องหน้าหลัง แบตเตอรี่ทนสุด ใช้งานได้ 10 ชม. มีทั้งรุ่น Wi-Fi และ 3G

ราคาเริ่มต้นที่ 15,900, 18,900, 21,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi 16GB, 32GB, และ 64GB
และ 19,900, 22,900, และ 25,900 บาท สำหรับรุ่น 3G 16GB, 32GB, และ 64GB

จริงๆ แล้วยังมีแทบเลตอีกหนึ่งตัวที่ถือได้ว่าแรงที่สุด สำหรับแทบเลต Android เลยครับ นั่นก็คือ Samsung Galaxy Tab 10.1 แต่ตอนนี้สำหรับในประเทศไทยคงต้องรอกันอีกนิดหนึ่ง เพราะคนที่จองแทบเลตเครื่องนี้ไว้ กว่าจะได้ก็ประมาณปลายเดือนสิงหาคมนี้ครับ

By Kittipong TechXcite

++++++++++++++++++++++

ขอบคุณข้อมูลดีๆ เอามาแบ่งปันสาวก Tablet ^^

แท็บเล็ต (Tablet) คือ อะไร ???

หลายๆคนพอพูดถึง “แท็บเล็ต – Tablet” แล้วอาจจะงงว่ามันคืออะไร ?? แต่ถ้าพูดว่า iPad, Samsung Galaxy Tab แล้วล่ะก็ต้องร้อง อ๋อ กันแน่นอนซึ่ง iPad และ Samsung Galaxy Tab นั้นจริงๆแล้วเป็นเพียงแค่ชื่อรุ่นเท่านั้น แต่แท้ที่จริงแล้วตัวเครื่องเหล่านี้จะเรียกกันว่า “แท็บเล็ต – Tablet”

“แท็บเล็ต – Tablet” ในความหมายแท้จริงแล้วก็คือแผ่นจารึกที่เอาไว้บันทึกข้อความต่างๆโดยการเขียน (อาจจะเป็นกระดาษ, ดิน, ขี้ผื้ง, ไม้) และมีการใช้กันมานานแล้วในอดีต แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาคอมพิวเตอร์ที่ใช้แนวคิดนี้ขึ้นมาแทนที่ซึ่งมีหลายบริษัทได้ให้คำนิยามที่แตกต่างกันไป หลักๆแล้วก็มี 2 ความหมายด้วยกันคือ ”แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC (Tablet Personal Computer)” และ “แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer” หรือเรียกสั้นๆว่า “แท็บเล็ต – Tablet”
แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC (Tablet personal computer)
“แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC (Tablet personal computer)” คือ “เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่สามารถพกพาได้และใช้หน้าจอสัมผัสในการทำงานเป็นอันดับแรก ออกแบบให้สามารถทำงานได้ด้วยตัวมันเอง” ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากหลังจากทาง Microsoft ได้ทำการเปิดตัว Microsoft Tablet PC ในปี 2001 แต่หลังจากนั้นก็เงียบหายไปและไม่เป็นที่นิยมมากนัก
“แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC” ไม่เหมือนกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือ Laptops ตรงที่อาจจะไม่มีแป้นพิมพ์ในการใช้งาน แต่อาจจะใช้แป้นพิมพ์เสมือนจริงในการใช้งานแทน (มีแป้นพิมพ์ปรากฎบนหน้าจอใช้การสัมผัสในการพิมพ์) “แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC” ทุกเครื่องจะมีอุปกรณ์ไร้สายสำหรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและระบบเครือข่ายภายใน
ภาพ HP Compaq tablet PC ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows


แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer หรือ แท็บเล็ต – Tablet
“แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer” หรือเรียกสั้นๆว่า “แท็บเล็ต – Tablet” คือ “เครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ในขณะเคลื่อนที่ได้ขนาดกลางและใช้หน้าจอสัมผัสในการทำงานเป็นอันดับแรก มีคีย์บอร์ดเสมือนจริงหรือปากกาดิจิตอลในการใช้งานแทนที่แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด และมีความหมายครอบคลุมถึงโน๊คบุ๊คแบบ convertible ที่มีหน้าจอแบบสัมผัสและมีแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดติดมาด้วยไม่ว่าจะเป็นแบบหมุนหรือแบบสไลด์ก็ตาม”
ซึ่งทางบริษัท Apple ผู้ผลิต “ไอแพด – iPad” ได้เรียกอุปกรณ์ของตัวเองว่าเป็น “แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer” เครื่องแรก
ภาพ Apple iPad
ความแตกต่างระหว่าง “แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet computer” และ “แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC”
เริ่มแรก “แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC” จะใช้หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม x86 ของ Intel เป็นพื้นฐานและมีการปรับแต่งนำเอาระบบปฏิบัติการหรือ OS ของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ Personal Computer – PC มาทำให้สามารถใช้การสัมผัสในการทำงานได้ ตัวอย่างเช่น Windows 7 หรือ Ubuntu Linux แทนที่จะใช้แป้นพิมพ์คีย์บอร์ดหรือเมาส์ และเนื่องจากเป็นการรวมกันระหว่างระบบปฏิบัติการ Windows และหน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ของ Intel ทำให้มีคนเรียกกันว่า “Wintel”
ต่อมาในปี 2010 ได้เกิดแท็บเล็ตที่แตกต่างจาก “แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC” ขึ้นมาโดยไม่มีการยึดติดกับ Wintel แต่ไปใช้ระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์เคลื่อนที่แทนนั่นก็คือ “แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer หรือเรียกสั้นๆว่า แท็บเล็ต – Tablet” ซึ่งจะใช้หน้าจอแบบ capacitive แทนที่ resistive ทำให้สามารถสัมผัสโดยการใช้นิ้วได้โดยตรงและสัมผัสพร้อมกันทีละหลายจุดได้หรือ multi-touch ประกอบกับการใช้หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM แทนซึ่งสถาปัตยกรรม ARM นี้ทำให้แท็บเล็ตนั้นมีการใช้งานได้ยาวนานกว่าสถาปัตยกรรม x86 ของ Intel หลายๆคนคงจะรู้จักแท็บเล็ตตัวนี้กันเป็นอย่างดีนั้นก็คือ ไอแพด (iPad) นั้นเอง
** สรุปความหมายของแท็บเล็ตสั้นๆ ก็คือ คอมพิวเตอร์พกพาหรือคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้งานขณะเคลื่อนที่ได้ขนาดกลางที่มีหน้าจอแบบสัมผัสในการใช้งานเป็นหลัก

แต่นั่นก็เป็นมุมมองของแต่ละบริษัทและแต่ละคนว่าจะเรียกมันว่าอะไร ในอนาคตอาจจะมีการนิยามคำว่า แท็บเล็ต ใหม่ให้มันกระชับและครอบคลุมมากกว่านี้ก็ได้ครับ
เรียบเรียงโดย isack แหล่งข้อมูลจาก
++++++++++++++
ขอบคุณเจ้าของบทความ : ข้อมูลดีๆ แบบนี้ต้องแบ่งปัน

ส่งแรงใจ ♪~

♫……….ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด……….♫

เป็นกำลังใจให้ทหาร…หาญ รั้วของชาติในการปกป้องอธิปไตย

และพี่น้องชาวไทยในพื้นที่เสี่ยงทุกท่าน

จากหลายๆ เหตุการณ์ ล่าสุด การลุกล้ำอธิปไตยไทยของกัมพูชา

ความไม่สงบสุขจากเหตุการณ์ 3 จังหวัดทางภาคใต้

เหตุการณ์ภัยพิบัติของหลายๆ พื้นที่

และหลายๆ เหตุการณ์บนโลกใบนี้

ที่ทำลายหมู่มวลมนุษยชาติ

ขอสันติ~อาเมน

(✿◕‿◕)★

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ไทย – เขมร :: ปัญหาเขาพระวิหาร

เอามาฝากเผื่อใครที่ยังไม่ได้อ่าน….

เราทราบดี และเจ็บปวด กับเหตุการณ์ชายแดนไทย – เขมร มานาน

ทุกคนเจ็บใจ เราถูกลุกล้ำหรือ…. ดูรายการช่อง 11 ที่พูดถึงเขาพระวิหาร

ผลประโยชน์หรือ….ปล่อยปละละเลยกันแน่….

นึกถึงบทกลอนของอาจารย์คึกฤทธิ์ ก็เลยเอามาให้อ่าน เผื่อจะได้หายเจ็บใจ และทนเจ็บปวดได้บ้าง…..

กลอนด่าเขมร – ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เมื่อปี 2502 ตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าเราอยู่ที่ไหน…..

>> > เมื่อพูดถึงคดีเขาพระวิหาร

>> ใครหลายๆคนคงยังจำกันได้ดีว่าเป็นคดีที่คนไทยทั้งประเทศต้องน้ำตาตกในขนาดไหน

>> เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๒

>> > ก่อนศาลโลกจะตัดสิน ๒ ปีเศษ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์  ปราโมช

>> > ได้แต่งกลอนด่าเขมรไว้

>> ว่าเขมรเป็นโคตรเนรคุณ…

>> >

>> >          ”สัปดาห์นี้มีเรื่องความเมืองใหญ่

>> ไทยถูกฟ้องขับไล่ขึ้นโรงศาล

>> > เคยเป็นเรื่องโต้เถียงกันมานาน

>> ที่ยอดเขาพระวิหารรู้ทั่วกัน

>> >         กะลาครอบมานานโบราณว่า

>> พอแลเห็นท้องฟ้าก็หุนหัน

>> > คิดว่าตนนั้นใหญ่ใครไม่ทัน

>> ทำกำเริบเสิบสันทุกอย่างไป

>> >         อันคนไทยนั้นสุภาพไม่หยาบหยาม

>> เห็นใครหย่อนอ่อนความก็ยกให้

>> > ถึงล่วงเกินพลาดพลั้งยังอภัย

>> ด้วยเห็นใจว่ายังเยาว์เบาความคิด

>> >         เขียนบทความด่าตะบึงถึงหัวหู

>> ไทยก็ยังนิ่งอยู่ไม่ถือผิด

>> > สั่งถอนทูตเอิกเกริกเลิกเป็นมิตร

>> แล้วกลับติดตามต่อขอคืนดี

>> >        ไทยก็ยอมตามใจไม่ดึงดื้อ

>> เพราะไทยถือเขมรผองเหมือนน้องพี่

>> > คิดตกลงปลงกันได้ด้วยไมตรี

>> ถึงคราวนี้ใจเขมรแลเห็นกัน

>> >        หากไทยจำล้ำเลิกบ้างอ้างขอบเขต

>> เมืองเขมรทั้งประเทศของใครนั่น?

>> > ใครเล่าตั้งวงศ์กษัตริย์ปัจจุบัน

>> องค์ด้วงนั้นคือใครที่ไหนมา?

>> >        เป็นเพียงเจ้าไม่มีศาลซมซานวิ่ง

>> ได้แอบอิงอำนาจไทยจึงใหญ่กล้า

>> > ทัพไทยช่วยปราบศัตรูกู้พารา

>> สถาปนาจัดระบอบให้ครอบครอง

>> >        ได้เดชไทยไปคุ้มกะลาหัว

>> จึงตั้งตัวขึ้นมาอย่างจองหอง

>> > เป็นข้าขัณฑสีมาฝ่าละออง

>> ส่งดอกไม้เงินทองตลอดมา

>> >        ไม่เหลียวดูโภไคไอศวรรย์

>> ทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นหนักหนา

>> > ฝีมือไทยแน่นักประจักษ์ตา

>> เพราะทรงพระกรุณาประทานไป

>> >        มีพระคุณจุนเจือเหลือประมาณ

>> ถึงลูกหลานกลับเนรคุณได้

>> > สมกับคำโบราณท่านว่าไว้

>> อย่าไว้ใจเขมรเห็นจริงเอย…

>> >

>> >

>> ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

>> >

>> หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์

>> >

>> ๑๘  ตุลาคม ๒๕๐๒

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

+++++++++++++++++++

………เขาพระวิหาร………….

…ปราสาทเขาพระวิหารตำนานเศร้า

เพราะไทยเราเสียรู้เป็นผู้พ่าย

แนวเขตแดนทับซ้อนไม่ผ่อนคลาย

เขมรหมายครองสิทธิ์เบือนบิดไทย

….เป็นปัญหาของรัฐควรปัดป้อง

มวลพี่น้องติดตามทวงถามไถ่

อย่ารุกล้ำเลยสิทธิ์อธิปไตย

อย่าให้ใครเหยียบย่ำเติมซ้ำรอย.

…..แพ้คำสั่งศาลโลกว่าโศกแล้ว

อย่าแพ้แนวทเวศไทยเขตถอย

หากเป็นเหมือนผีซ้ำจมด้ามพลอย

ใจคงย่อยเยินยับทับทวี…

….มาตุภูมิแผ่นดินถิ่นไทยเทิด

คือบ้านเกิดทุกแห่งไม่แบ่งหนี

ลูกหลานเหลนป้องปักสามัคดี

จึงเสรีเหมือนรุ่นของคุณตา..

…..รักแหนหวง อย่าให้ ใครครองสิทธิ์

ทั่วทุกทิศ ขวานทอง ต้องรักษา

อยุดหลงกล มนต์ดำ ที่นำพา

ถึงวันหน้า รุ่นหลัง ไม่พังคลืน…

เครดิต : http://poem.deedeejang.com/

Wellcome ~

lov

ฮัลโล๋ เทส)))))))

เจอกันอีกครั้งที่บ้านหลังใหม่ (จะมีใหม่อีกมั้ย เหอๆ)

เพ่อนๆ คงสนุกกับการตกแต่งบ้าน เป็นกำลังใจให้กันนะกั้บ ยังมีเรื่องราวดีๆ ร่วมแบ่งปันกัน

มิตรภาพออนไลน์ยังคงสวยงามเช่นเดิม

……………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………

เจ

นานแล้วที่ไม่ได้อัพ(แอนด์ดาวน์)

ห่างหายไปจากโลกสเปซเสียนาน
จะเริ่มเขียนเอนทรี่…….แต่หมึกมันด้าน (หรอ งงกับโฉมสเปซที่เปลี่ยนได้ต~ลอด)
………………………………………………..
………………………………………………..
………………………………………………..
………………………………………………..
………………………………………………..
เมื่อพร้อมแล้วคงมีเร่องราวดีๆ มาร่วมแบ่งปันกัน
ปล. ยังคิดถึงเพ่อนๆ เม๋นเดิม แม้จะไม่ได้เข้ามาทักทายกัน
เจ…คนเดิม

ทริปสงกรานต์ 2553 หาดเจ้าสำราญ, วัดหงาว จ.ระนอง

กลับจากทริปกุ้ยหลิน ก็ไปตะลอนกันต่อ รอส่งตะวันที่หาดประพาส/หาดเจ้าสำราญ จ.ระนอง

เป็นชายหาดที่เงียบสงบ หาดทรายทอดยาว มีต้นสนสูงใหญ่กะถนนเลียบชายหาด วิวทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตาทอดยาวต่อไปถึงหาดเขาหลัก-ลำรู่ จ.พังงา

*** บรรยากาศ และความรู้สึกของเอนทรี่นี้ขอบรรยายเป็นภาพแล้วกันนะคะ ***

   

 

 

 

วันพักร้อนที่เหลือก็ตะลอนในตัว จ.ระนอง เมืองเล็กๆ ของคนหัวใจเล็กๆ แต่ตัวเริ่มไม่เล็ก 55+

*** รอส่งตะวันที่จุดชมวิว วัดหงาว / วังมัจฉา จ.ระนอง อยู่ใกล้กับ unseen เขาหัวล้าน (หรืออยู่ตรงข้ามกับน้ำตกหงาว ที่มีปูเจ้าฟ้าแห่งเดวในประเทศไทย***

  

 

 

และแล้ววันหยุดที่แสนยาว……..ก็หมดไป ชาร์จแบตเต็มที่แล้ว กลับไปลุยงาน ดำเนินชีวิตกันต่อ โย่ว ๆ …..

ดูภาพทริปนี้เพิ่มเติมใน

หาดประพาส / หาดเจ้าสำราญ >>

http://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx?path=%2ftrip%20songkran%202010%20%40%20%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8d%5e5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%aa%5e6%20%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%87

 

วัดหงาว / วังมัจฉา >>

http://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx/trip%20songkran%202010%20@%20%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a7%5E5%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%b2%5E6%20%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%87

อาลัยเมืองฟ้าเมืองอมร

  

แต่สิ่งที่ต้องใช้เวลาเยียวยาคือจิตใจของคนที่บอบช้ำ มาช่วยกันฟื้นฟู ร่วมแรง ร่วมใจ ให้ประเทศเดินหน้าต่อไป และช่วยกันปลูกฝังการรักชาติในทางที่ถูกต้อง 

ทริปสงกรานต์ 2553 เขื่อนเชียวหลาน(รัชชประภา)/กุ้ยหลินเมืองไทย

สงกรานต์ปีนี้ไม่มีแพลน แต่พอรวมตัวกันได้เป็นต้องไปไหนสักที่ "ไปไหนดีล่ะ" กางแผนที่เอาใกล้ๆละกัน "พังงา/ภูเก็ต ดี" สรุปเลือกใกล้ที่สุด ไปสุราษฯ โว้ว! บอกทุกคนเตรียมตัว (สมาชิกรวม 10 ท่าน) เดินทางกันแต่เช้ามืด เตรียมชุดไปเล่นน้ำกันด้วยล่า ส่วนแม่ครัวตัวยุ่งก็ต้องทำกับข้าวและเตรียมของกันตั้งแต่ตี 3-4 (ใจอยากไปนอนแพค้าง1คืน+โปรแกรมลุยๆเพิ่มเติม แต่ Family Gang คงไม่สะดวกเพราะน้องชาย(ลูกพี่ลูกน้อง) ต้องกลับ กทม. ก่อน)  

- ล้อขยับ ตี 5 จากบ้าน จ.ระนอง-เชี่ยวหลาน วิ่งเส้นทางหลวงหมายเลข 4 พอถึงแยกตะกั่วป่าเลี้ยวซ้ายไปทางหลวงที่ 401 (ไปเขื่อนรัชชประภา ไม่ใช่ไป อช.เขาสกนะกั้บ คนละเส้นกัน) ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง (ถ้าเหยียบเร็วกว่านี้น่าจะใช้เวลา 3 ชั่วโมง) ถึงปากทางเข้าเขื่อนรัชชประภาแวะทักทายเจ้าหน้าที่ก่อน จากนั้นจะมีทางแยก 2 ทาง คือ ไปชมเขื่อน(สนามกอล์ฟ) หรือลงเรือ แก๊งเราไปลงเรือ หาที่จอดรถ (ทางลงที่จอดรถ…ชันโฮก ><") เป็นช่วงเทศกาล รถเยอะคนแยะพอสมควร จากนั้นไปติดต่อสอบถามข้อมูลเดินดูแพคเกจ ราคาเรือ จนตกลงกันได้ เจ้าหน้าที่จะจัดหาเรือให้ (ไกด์ท้องถิ่น) เราเลือกโปรแกรมไปกลับ กุ้ยหลิน-แพนางไพร ราคาเรือนั่งไม่เกิน 10 คน เหมาลำ 1.500.- บาท (ชำระให้เจ้าของเรือตอนจบงาน) ใช้เวลาไปกลับไม่เกิน 2 ชั่วโมง เมื่อชำระค่าเข้า อช.เสร็จสรรพ ก็ไปรอลงเรือ เจ้าของเรือที่พาเราลัดเลาะดูความสวยงามของกุ้ยหลิน คือ "ครูดำ" ธรรมชาติงดงาม ………. ไม่มีคำบรรยายใดๆ 
 

    

 

  

    

            

 

 จนกลับขึ้นฝั่ง ไปหาที่ทานข้าวปิคนิคกันต่อที่ทางไปเขื่อน(สนามกอล์ฟ) อากาศเย็นภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ทานเสร็จก็เดินย่อย ชมวิวของเขื่อน แล้วเดินทางกลับ
 
 
- แวะเล่นน้ำทะเลและดูพระอาทิตย์ตกดินที่หาดประพาสหรือหาดเจ้าสำราญ จ.ระนอง  เดินทางกลับ ถึงบ้าน 21.00 น. (ขอแยกไปอีก entry)
 

 ปล. กุ้ยหลิน ประทับใจมาก สวยโฮก^^ โดยเฉพาะ Family Gang ชอบที่นี่กันทุกคน คงมีโอกาสกลับมาอีกแน่นอน
 
 
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
เขื่อนรัชชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน
 

สถานที่ตั้ง : อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลักษณะเขื่อน เขื่อนรัชชประภา สร้างปิดกั้นลำน้ำคลองแสง ที่บ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร ความยาวสันเขื่อน 761 เมตร และมีเขื่อนปิดกั้นช่องเขาขาดอีก 5 แห่ง มีความจุ 5,638.8 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่อ่างเก็บน้ำ 185 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ 2,598 ล้านลูกบาศก์เมตร ติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้า เครื่องละ 80,000 กิโลวัตต์ จำนวน 3 เครื่อง

เขื่อนรัชชประภา เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ ใช้ประโยชน์ทั้งในด้านการชลประทานและการผลิตกระแสไฟฟ้า สร้างปิดกั้นลำน้ำคลองแสง ที่บ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชื่อเดิมเรียกว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน เริ่มดำเนินการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2525 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2530 เมื่อสร้างแล้วเสร็จได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “เขื่อนรัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดเขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2530

 
 
ข้อมูลเพิ่มเติม
 
โปรแกรมทัวร์ >> http://www.chiewlarn.com/forum/index.php/board,10.0.html
การเดินทางมาเขื่อนเชี่ยวหลานดูข้อมูลใน >> http://www.chiewlarn.com/forum/index.php/topic,10.0.html 
รีวิวทริปท่องเที่ยว >> http://www.chiewlarn.com/forum/index.php/board,4.0.html
 

ตะลอนอุบลฯ วัดถ้ำคูหาสวรรค์_ผาแต้ม_เสาเฉลียง_น้ำตกสร้อยสวรรค์_unseen น้ำตกแสงจันทร์(ลงรู)_ดูพระอาทิตย์2ดวงที่สามพันโบก_ผาชัน_ด่านช่องเม็ก_เขื่อนสิรินธร_แก่งสะพือ_น้ำตกห้วยหลวง อช.ภูจองนายอย 7-10 ม.ค.2553

ช่วงปีใหม่ประชากรคับคั่งทุกพื้นที่ ทริป family gang 4 ชีวิต ตะลอนอีสานจึงเป็นทริปที่แพลนไว้เดินทางหลังปีใหม่ โปรแกรม
4 วัน 3 คืน  เอาให้ฉ่ำปอดกับการเดินทางที่ไกลพอสมควร (เผ่อเป็นไกด์ไลน์สำหรับเพ่อนๆ ที่ชอบการท่องเท่ยว และที่ต้องใส่
ชื่อเร่องยาว เผื่อสิงห์นักเสิร์ซกั้บ)
 
เอาล่ะ ตรูจะไปไหนดีละเนี่ย 4 วันนี้ (กางแผนที่เลาะจากผาแต้มขึ้นไปถึง3พันโบกแล้วเลาะกลับลงมาถึง อช.ภูจอง-นายอย)
 
วันที่ 1 : 7 ม.ค. 2553
ออกจาก กทม. ใช้ทางหลวงที่ 24 ถึงอุบลฯ เข้า อ.วารินชำราบ แวะเที่ยว ดูเวลานิส1 (แวะวัดถ้ำคูหาสวรรค์ เส้น อ.วารินชำราบ-
ผาแต้ม มีแหล่งท่องเที่ยวหลายที่ แพลนไว้หลายที่แต่ต้องตัดทิ้ง) เพราะต้องตีเข้าที่พักไปกางเต้นท์ที่ อช.ผาแต้ม ไม่เคยมาซะ


*** วัดถ้ำคูหาสวรรค์ ***

ด้วยกลัวหลง เหอๆ ได้ที่ก็กางเต้นท์ (เป็นลานหิน มีต้นไม้ใหญ่ ห้องน้ำสะอาด มีไฟให้บางจุด เราจึงเลือกจุดที่มีไฟส่องสว่าง มี

ก็อกน้ำ มีโต๊ะม้าหิน จอดรถไว้ข้างเต้นท์) ก่อนขึ้นมาก็สั่งอาหารร้านชาวบ้านให้เอามาส่ง สั่งหลายรายการ (ราคาอาหารถือว่า

ค่อนข้างแพงแต่รสชาติพอแ..กได้ บางร้านราคาไม่แพงแต่อร่อยก่า เหอๆ) จิบไวน์ นั่งคุยกัน ดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ว้าว….

ราตรีนี้ช่างงดงาม คืนนี้เรามีเพ่อนเดินทางกางเต้นท์อีก 3 หลัง และพี่ๆ เจ้าหน้าที่ อช.คอยดูแล มีลมนิดหน่อย เริ่มเหงื่อแตกล่ะ


ซิเรา ><" ได้เวลาแยกย้ายกันไปอาบน้ำ..นอน คืนแรกนอนไม่หลับ แปลกที่ เหอๆ ร้อนด้วย โว้ว (พยากรณ์แม่นจิงๆ) ><" และ
ไม่ค่อยชินกับการนอนเต้นท์น้อยหลัง ~.~

วันที่ 2 : 8 ม.ค. 2553
เช้าแล้ว วันนี้อากาศทึมๆ ฟ้าปิด แอบเซรงเล็กน้อย แต่มาแล้วยังไงก็ต้องไปอะนะ พร้อมลุย @ ผาแต้ม เดินกันหลายโลแม้ว55+
เต็มอิ่มแล้วก็กลับไปล้มเต้นท์ เก็บข้าวของ ลุยที่อื่นกันต่อ



>> เสาเฉลียง (เสาหิน) อยู่ช่วงทางเข้าผาแต้ม เห็นแล้วต้องแวะ แถบนี้พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็น….หิน (เสาเฉลียงในอุบลฯ มีหลายที่)


>> น้ำตกสร้อยสวรรค์-ทุ่งดอกไม้ป่า hili คือทุ่งดอกไม้ป่า ต้องโทรสอบถาม จนท.ว่ามีมั้ย เราก็เล็งช่วงที่มันมีไว้ไปทั้งทีอย่าให้
      เสียโอกาส ส่วนใครชอบความท้าทายก็มีโปรแกรมเดินป่าชมทุ่งดอกไม้ป่าที่ วน.ทุ่งนาทาม (จอดรถไว้ตรงลานจอดด้านหน้า
      ชำระค่าเข้าเสร็จสรรพก็ต้องเดินเท้าเข้าไปชมน้ำตกและทุ่งดอกไม้ป่า (มีหลายแปลงแล้วแต่ว่าช่วงที่ไปมีแปลงไหนบาน)
      เส้นทางเดินเท้าไกลพอสมควรนำน้ำติดมือไปด้วย ห้ามนำรถเข้าไป เมื่อก่อนสามารถนำรถเข้าไปได้เพราะสังเกตุว่ามีป้าย
      และลานให้จอดรถ แต่รถนักท่องเที่ยวคงไปทำร้ายธรรมชาติปัจจุบันจึงห้ามนำเข้าไป)

>> Unseen น้ำตกแสงจันทร์ (ลงรู) เป็นประติมากรรมที่ธรรมชาติช่างสร้างสรรค์ เป็นอีก1ที่ท่ิองเที่ยวที่ไม่ควรพลาด หลังหน้า
      ฝนน่าจะโอเคน้ำไม่แรงเกินไป ปลอดภัยไว้ก่อน หน้าฝนน้ำแรงสีเข้มและเชี่ยวเกินไปไม่เหมาะเล่นน้ำ


>> จากนั้นตีไป3พันโบกเพื่อหาที่กางเต้นท์ ถนนเส้น อ.โพธิ์ไทร-3พันโบก สุดยอดเรยอะ อยากให้เด็กแว้นมาแถวนี้จัง……..งัง
พี่เบิร์ดทำให้เรารู้จัก3พันโบก และหนังเร่อง3พันโบก ถนนดีๆ เริ่มคลืบคลานเข้ามาถึงบางช่วง (มีถนนดำเพิ่งลาดยางสดๆ ซิงๆ
แค่ช่วงทางเข้า3พันโบกด้วยงบประมาณที่จำกัด (น่าจะเป็นงบเอกชน) เท่าที่สอบถาม ถ.เส้นนี้ (จากผาแต้ม-อ.โพธิ์ไทร) ใช้งาน
มาร่วม20กว่าปีงบเข้าไม่ถึง) และบางช่วงยังรักษาระดับของพื้นผิวดาวอังคารไว้เป็นอย่างดีถึงดีที่สุด 
แต่เมื่อถึงพื้นที่3พันโบกเรา
ถึงกับตะลึงกับแกรนด์แคนยอนที่อยู่เบื้องหน้า โอ้ วะ ว้าว ๆ ๆ ๆ ของจริงอลังการยิ่งกว่าภาพที่เคยเห็นเป็นไหนๆ 
เออ แล้วจะนอนยังไงล่ะเนี่ย มีแต่..โบกเต็มไปหมด มันต้องมีเซ่ นอกจากที่พักของ อ.เรืองประทิน มันต้องมีที่อื่นอีกเซ่ และแล้ว ก็มีชายท้องถิ่น
กะนักท่องเที่ยวยืนคุยกันอยู่ จึงเข้าไปร่วมวงสนทนาด้วย เราก็วางฟอร์มคุยกะเค้าเร่องสถานที่ท่องเที่ยวจนถูกคอ  และสอบถาม
เรื่องการค้างแรม (ด้านบนที่เรายืนเป็นลานขายของ ที่จอดรถ มีห้องน้ำ ไฟฟ้า ด้านล่างเบื้องหน้าเราคือพื้นที่ของ3พันโบก แต่ก็
มีบางกลุ่มนำรถส่วนตัวลงไป และกางเต้นท์ค้างแรมในตัวของ3พันโบก  โอ้วววว แม่เจ้าเว้ย ขยะเอย สุขาเอย……กลุ่มนี้คงเล่น
กันใน3โบกนี้ล่ะ เพราะกว่าจะขึ้นมาสุขาข้างบนนี้ไกลโขพอสมควร ไม่อยากจะนึกภาพต่อ ><")  
คุยไปคุยมาถึงทราบว่าผู้ที่เราสนทนาด้วยคือ "คุณเต่าแห่ง3พันโบก"
(ผู้มีหัวใจอนุรักษ์3พันโบกเกิน100) คนสนิทของคุณหมูตอนที่มีรีสอร์ทติดกับรีสอร์ทของ
อ.เรืองประทิน-เจ้าของครัว3พันโบก คุณเต่าอาสาพาเราไปชมลานกางเต้นที่รีสอร์ทของคุณหมูตอน ไม่ไปพักไม่ว่าอะไรแต่อยาก
ให้เราไปเห็น/ช่วยคอมเม้นท์เพราะอนาคตอันใกล้ที่ตรงนี้จะเป็นรีสอร์ท 
สถานที่กางเต้นท์ก็โอเค กว้างขวางร่มรื่นมีห้องน้ำห้องท่า
มีเครื่องปั่นไฟให้ทั้งคืน มีคนคอยดูแล แต่ดูท่าจะมีแต่ก๊วนเราเท่านั้น ชั่งใจอยู่ปรึกษากะครอบครัวและที่สำคัญเริ่มเย็นแล้ว
(คุณตู่-เพ่อนบ้านให้ที่อยู่พร้อมเบอร์โทรให้เราไปพักที่บ้าน อ.โพธิ์ไทร แต่ด้วยเราต้องการไปนอนกางเต้นท์ใกล้3พันโบก hili คือ
วิวยามเช้า จึงจำเป็นต้องตัดที่พักของเพ่อนบ้านทิ้ง) มองไปที่รีสอร์ทของ อ.เรืองประทิน (อยู่ติดกัน) คนตรึม เต้นท์กางเต็มไปหมด
เอาละว้า คืนนี้นอนนี่ล่ะ…ไม่มีใครมาแย่ง และที่สำคัญคิดค่ากางเต้นท์หลังละ 70.- บาท อะไรมันจะถูกปานนั้น (นอน อช. เสียค่า
เข้า+ค่ากางเต้นท์ @ 30×4) เลือกทำเลแล้วกางเต้นท์ สั่งอาหารมื้อเย็นคุณเต่าไว้ (ร้านส้มตำภรรยาคุณเต่า) เพราะอาหารหายาก
เง่อ ^^
จากนั้นดูเวลา 4-5 โมงเย็น ยังพอมีเวลาเดิน หยิบไฟฉายลงไปเดินชมวิว3พันโบกยามเย็น โว้ว! งามไม่มีคำบรรยาย……
เดินกันแบบ บ่ มี ไกด์ ต้องค่อยๆ เดินเพราะมีทั้งโบกเล็ก-ใหญ่ กัวส์ตกลงไป (คุณเต่า-ไกด์รับอาสาจะพาไปตอนเช้า เน่องจากเย็น
นี้ต้องกลับไปดูร้านและเตรียมอาหารให้เรา) จะไปทางไหนเนี่ย กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา โว้ว….ตรงไหน คือ สระมรกตหว่า? ขึ้นไป
ตรงเนินโบกแล้วมองหาเส้นทางเพื่อจะไปเนินฝั่งที่มีคนเดินยั้วเยี้ยะ จุดที่อยูใกล้กับวิวงามๆ คือที่พักของ อ.เรืองประทิน ดังนั้นจุด
ที่เราพักจะเลยขึ้นไปอีก เราจึงต้องหาทางเดินย้อนลงไปให้ถึง hili แต่เท่าที่ดูโบกก็สวยงามกันคนละแบบ ถ้าเราไม่มาพักตรงนี้ ก็จะ
ไม่รู้ว่า แถวที่เราพักก็งามไม่แพ้กัน เดินอ้อมตัดลงไปตรงทางเดินที่เป็นดิน-ทรายรวมถึงดินที่แตกระแหงเป็นแผ่นใหญ่ๆ มีต้นถั่วลิสง
ปลูกเรียงรายเต็มไปหมด แล้วเดินขึ้นไปยังแกรนด์แคนยอนที่มีโบกรูปมิกกี้เม้าส์  มีสระน้ำคิดว่าน่าจะเป็นสระมรกต    วิวเบื้องหน้า
แกรนด์แคนยอนกะแม่น้ำโขงไหลเต็มสาย มีเรือหาปลา และเรือบริการนักท่องเที่ยว
เดินจนรอบ มีนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม+ไกด์เด็ก
เราจึงตามไปสบทบแบบห่างๆ อย่างห่วงๆ พอให้รู้เร่องราว อ้อ สระมรกตอยู่นี่เอง วะ ว้าวๆๆ นี่ละหนาที่มาของการชมพระอาทิตย์ 2
ดวง พรุ่งนี้เช้าไม่พลาดเดินกันหนำใจแล้วพระอาทิตย์เริ่มตกดินกลัวมืดแล้วจะเดินกลับลำบาก เริ่มจ้ำเอ้ากันซะ 55+ วันนี้ฟ้าปิดจึง
ไม่เห็นพระอาทิตย์ตกดิน ถึงที่พักมืดพอดี พี่เต๋าและพี่วิมลก็จัดแจงเอาอาหารจานชามมาให้ เรานั่งโซ้ยมื้อค่ำนี้บนแคร่ใต้แสงไฟ
และดาวเดือน ลมพัดเย็นๆ โชยมาตลอด อากาศดี เย็นสบายกว่าเมื่อคืน เห็นดาวชัดมาก เพราะไฟฟ้าของบ้านเรือนมีน้อยหลัง อาบ
น้ำอาบท่ากัน เข้านอน คืนนี้หลับสนิท โว้ว! …….
 

วันที่ 3 : 9 ม.ค. 2553
ตื่นแต่เช้ามืดเพราะใจจดจ่ออยู่กับแสงแรกเห็นพระอาทิตย์ก่อนใครในสยาม จิบกาแฟสักแก้ว…รอเวลา start ก่อน 6 โมงเช้านิด
หน่อย แต่ยังไม่สว่างต้องใช้ไฟฉายส่องทางเดิน เราเดินรั้งท้ายเพื่อคอยเก็บภาพ วู้ … แสงแรกช่างงดงาม ไปแต่ละที่ได้บรรยา
กาศต่างกันเจงๆ อ่า เดินกันจนถึงเนินพี่เบิร์ดจุดชมวิวแสงแรก พี่เต่าไกด์อุบลฯ ของเราก็บอกเล่าเร่องราวมากมาย พาเดินชม
อธิบายทุกจุด อยากให้ทริปนี้สมบูรณ์ต้องนั่งเรือชมหินสี/ทุ่งหินเหลื่อม ซึ่งทั้ง3พันโบกมีอยู่จุดเดียวคือด้านบน (ช่วงแวะเที่ยวที่
น้ำตกสร้อยสวรรค์เมื่อวานก็เจอเพ่อนนักท่องเที่ยวแนะนำให้มานอนกางเต้นท์ที่3พันโบกและชมหินสี…..สวยสุดยอดต้องไปให้
ได้นะ เราก็ยิ้มและตอบรับไมตรี^^) ไปเจอกะนักท่องเที่ยวอีกลุ่มนอนที่รีสอร์ทของ อ.เรืองประทิน เดินกันเอง พี่ไกด์ของเราก็
ทำหน้าที่เจ้าถิ่นไป และชักชวนให้ไปชมหินสี แต่ดูเค้าก็ปฏิเสธเม๋นเรา 55+ แต่ลึกๆ ถ้าเค้าไปก็จะแจมด้วย ค่าเรือถ้านั่งรอบใน
ดูวิวทั่วๆ ไป ลำละ 500.- (เท่าที่โพสต์ดูใน net จะแพงกว่านี้) แต่ถ้านั่งรอบนอกดูหินสีด้วยลำละ 1,500.- เราก็ตัดใจไม่ไปดูคง
ไม่เป็นไรม้างงงง ><" (งกกับเงิน 1,500.-) เดินกันจนหนำเก็บภาพความประทับใจให้เต็มที่ กลับที่พัก เก็บเต้นท์ ได้เวลาอำลา
3พันโบก……….ประทับใจมากค่ะ (ปลื้มตรงที่พ่อกะแม่และน้องก็ชอบที่นี่ล่ะ อิ้ อิ้) แล้วจะมาอีก (ถ้าทางดีกว่านี้)……..เดินทาง
กันต่อ (บร้า….จึงมาอีก 55+ ทางลำบากเจงๆ งั้บ ||_||)



>> ผาชัน

>> ด่านช่องเม็ก
>> เขื่อนสิรินธร

>> แก่งสะพือ

>> กางเต้นท์ อช.ภูจองนายอย ผิดคาดค่ะ ตอนแรกที่คุยกะ จนท.อช.ของอุบลฯ รู้สึกเค้าจะให้คะแนนผาแต้ม ทั้งที่พัก อาหาร
      การกิน และเม๋นที่ อช.ภูจอง-นายอย จะไม่ค่อยมีอะไรที่สะดวกสบาย แต่ต้องขอบอกว่าถ้าไม่มาไม่รู้จิงๆ ว่าทีนี่พี่ๆ จนท.
      ดูแลดีมาก สะดวกสบาย (ภาพรวม เรื่องไฟ ห้องน้ำ มีร้านค้าสวัสดิการ สถานที่กางเต้นท์ ที่พัก..ดีมาก ปลอดภัย…อุ่นใจ)
      พักที่นี่พ่อถึงนอนได้ 55+ ช่วง 2 คืนที่ผ่านมาใจลุ่มๆ ดอนๆ ทำเอาพ่อกะแม่นอนไม่หลับ (กรรมเรยตรู พาท่านมาลำบาก
      แล่ะ เง่อ ><" ไม่เข็ดจากทริปภูทับเบิก)
 
วันที่ 4 : 10 ม.ค. 2553 
เช้านี้ไม่ต้องรีบตื่น เพราะโปรแกรมมีไปยลโฉมน้ำตกห้วยหลวงเดินทางไม่กี่กิโล ใช้เวลาไม่ถึง5นาทีจากจุดค้างแรม แล้วเดิน
ทางกลับ กทม.  
 
7-8 โมงเช้าตื่น งัวเงีย มองไปเต้นท์เพ่อนบ้านยังกางอยู่เต็ม เริ่มมีทยอยเก็บบ้าง ส่วนน้องๆ เด็กๆ อนุบาลที่มากะอาจารย์ส่ง
เสียงกันเจี๊ยวจ๊าวทานอาหารเช้ากัน ส่วนเรารอให้คนซา เพื่อทยอยกันไปอาบน้ำ เก็บเต้นท์รอ เดินไปเดินมาไปดูร้านค้าสวัสดิ
การ หากาแฟกิน แต่ยังไม่เปิด มาเก็บของต่อ เดินไปเอาแบตกล้องที่ฝากชาร์จพี่ จนท.ไว้ สมาชิกพร้อมแล้ว…..ก็ไปน้ำตกกัน
จอดรถแล้วเดินลงไปนิดหน่อย ไปดูความสวยงามว่าจะสวยเม๋นใน web มั้ย  ส่วนเราก็ทำใจไว้แล้วล่ะเพราะน้ำตกยังไงก็ต้อง
สวยและน้ำเยอะหน้าฝน แต่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เป็นน้ำตกที่มีหาดทราย…ที่แปลกเม๋นอยู่ทะเลแต่มีม่านน้ำตกมาแต่งเติม………
สวยเชียวล่ะ จากนั้นก็ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมในที่ทำการ ว้าว…ที่เท่ยวใน อช.ภูจอง-นายอย เยอะเจงๆ อ่า รอบหน้ามีโอกาสต้อง
มาอีกสักครั้ง 
 

***น้ำตกห้วยหลวง ถ้าเป็นช่วงน้ำเยอะจะไหลเป็นม่านน้ำ***

จบทริปนี้ อำลาอุบลฯ กลับเส้นทาง 2248 แล้วตัดเข้า อ.กันทรลักษณ์ สาย 221 เพื่อบรรจบเข้าสายหลักทางหลวง 24 เดินทาง

กลับ กทม.
 
ปล.
- ถ้าสังเกตจะเห็นว่าใน blog ไม่ค่อยพูดถึงอาหาร เนื่องจากบางเส้นทางหากินยากมาก….ตามอัตภาพ กว่าจะเจอร้านอาหาร
  แวะไหนก็ทานนั่น เพราะถ้าจะหาให้ถูกปากคงไม่ได้กิน เอิ้ก!
- หากมีข้อความใดไม่สุภาพ ขออภัยมา ณ ที่นี้   v v
 
ความประทับใจที่ได้จากทริปนี้
1. คนอุบลฯ ใจดี มีน้ำใจ .. รักคนอุบลฯ จัง ~.~ >> confirm (รวมถึงข้างบ้านให้เบอร์้-ที่อยู่ ไปถึง3พันโบกให้โทรหา^^)
2. สถานที่ท่องเที่ยวของอุบลฯ สวยงามหลายที่ มากมายเจงๆ เท่วไม่หมด เง่อ ^^ หน้าร้อนก็สวยไปอีกแบบ หน้าฝนก็มีที่ให้
   ท่องเที่ยว….ครบวงจร โว้ว!  ไม่ไปไม่รู้เจงๆ อ่า
3. 3พันโบก ทางสาหัส (มาก..หากอ่านใน web อื่นๆ แต่ละคนที่เคยไปมา บ่นเป็นเสียงเดวกัน เหอๆ) ถ้าเจอคนรักรถคงไปไม่
    ถึง ต้องหักหลบแพลนโปรแกรมกันใหม่ ไปเส้นทางอื่น แต่หากมาถึง สวยงาม….ไม่มีคำบรรยาย อ่า ^^
4. ฯลฯ (นึกออกแล้วเด๋วมาเพิ่ม 55+)
 
แนะนำ
- ส่วนใหญ่เท่าที่สอบถามนักท่องเที่ยวจะพักในเมือง และแวะเที่ยวตามจุดต่างๆ 
- บางคณะก็เลาะเที่ยวจากด้านบน >> อ.อำนาจเจริญ >> 3พันโบก >> ผาแต้ม >> โขงเจียม ……
- วัดถ้ำคูหาสวรรค์ มีจุดชมวิว "แม่น้ำ2สี" จะให้สวยต้องหน้าร้อน เห็นชัดเจน แต่ปีนี้ร้อนไว น้ำโขงแห้ง คงได้เห็นกันเร็ว
   (ไม่ดีเรยอะ)
- ผาแต้ม hili คือ ภาพเขียนสีที่หลงเหลือ และวิวงามที่มองเห็นแม่น้ำโขง
- เสาเฉลียง เป็นประติมากรรมทางธรรมชาติ
- น้ำตกสร้อยสวรรค์ / ทุ่งดอกไม้ป่า มีพรรณดอกไม้ป่าลักษณะพืชท้องถิ่น 
- unseen น้ำตกแสงจันทร์ หรือน้ำตกลงรู … สมชื่อ
- 3พันโบก hili ของทริปนี้ …. แ ล่ ม …. โดนใจขาเที่ยว
- ผาชัน ลักษณะเป็นหน้าผาหินสูงชัน มีธงชาติไทยปักอยู่ แม่น้ำโขงไหลผ่านกั้นบ้านพี่เมืองน้อง  
- ด่านช่องเม็ก สำหรับขาช้อปไม่ควรพลาด เตรียมเอกสารกันให้เรียบร้อยพร้อมเงิน ข้ามไปโลด……
- เขื่อนสิรินธร บรรยากาศร่มรื่น นั่งชิวๆ พักสายตา ทอดมองไปที่เรือ น้ำพุ และน้ำที่ปริ่มอยู่ในเขื่อน 
- แก่งสะพือ ของฝากขึ้นชื่อ คือ กล้วยเบรคแตก ปลาน้ำจืดตากแห้งมากมาย หนังกบทอด ฯลฯ
- อช.ภูจอง-นายอย บางท่านอาจไม่เคยได้ยินชื่อ มีเรือนรับรอง ห้องน้ำสะอาด ลานกางเต้นท์หลายจุด ภายในสถานที่ท่อง
  เที่ยวสวยๆ เด่นๆ เช่น จุดชมทะเลหมอกที่พลูหินด่าง (ทางขึ้นโหด..อยากขึ้นแต่ไม่มีกลุ่มไหนขึ้น…อด) ฯลฯ จากการสอบ
  ถามหาข้อมูลก่อนไป เจ้าหน้าที่ที่เคยไปก็แนะนำไว้หลายที่ ดูข้อมูลประกอบใน web มาถูกใจก็ อช.ภูจอง-นายอย นี่ล่ะ ไม่
  เสียดายที่มีโอกาสได้แวะไป
- เกือบลืม ผาชนะได ต้องติดต่อ จนท.ก่อนเดินทาง (ต้องมี จนท.พาขึ้น)
- ฯลฯ (นึกออกแล้วเด๋วมาเพิ่ม 55+)
 
ที่พัก / สอบถามข้อมูล
>> 3พันโบก ที่พักหายาก ลองติดต่อ
- อบต.สองคอน (3พันโบก) 045-338 057, 045-338 015 
- อ.เรืองประทิน 081-999-0298 คุณปราณีภรรยา อ.เรืองประทิน 081-065-1133
- รีสอร์ทคุณหมูตอน 081-266-1054 หรือติดต่อคุณเต่า3พันโบก 087-110-8694 พี่วิมล 080-170-7358 บริการ 24 ชั่วโมง
- หรือที่อื่นตาม web site ส่วนใหญ่จะพักกันที่หาดสลึง เพราะมีที่พักเยอะ
>> อช.ภูจอง-นายอย (อยู่ อ.นาจะหลวย) 045-411 515-6 (เบอร์นี้ติดต่อยากมาก) หรือติดต่อพี่เจริญโดยตรง (จนท.ของ อช.) 081-069-9461
>> น้ำตกสร้อยสวรรค์ ติดต่อ พี่สมนึก ช่วงเช้า/เย็น (จนท.ของ อช.) 087-927-1654
>> ศูนย์ ททท. อุบลฯ 045-311 228 หรือติดต่อคุณภัทราวดี
>> ผาแต้ม 045-249 780, 045-246 333  
 
ขอบคุณข้อมูล
- จนท. ของ อช. ทริปนี้ทุกพื้นที่ ที่ให้ข้อมูลประกอบการตะลอน
- ขอบคุณ คุณเต่า3พันโบก ไกด์อุบลฯ ตัวจริง เสียงจริงแห่งรีสอร์ทคุณหมู ผู้มีใจอนุรักษ์และรักถิ่นกำเนิดใจเกิน100 และอยาก
  ให้ทุกคนมาเยือน3พันโบก 
 
ภาพปลากรอบ ถ่ายมาได้มากมาย เก๊าไม่ตั้งใจ  . . . . .  ฮ่ า
(ดูได้เฉพาะบุคคลที่อยู่ในเครือข่าย หากท่านใดเสิร์ชจากอากู๋แล้วต้องการดูภาพ add มานะคะ)

07_01_10 วัดถ้ำคูหาสวรรค์_อุบลฯ กางเต้นท์ผาแต้ม  https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx?path=%2f07%5e_01%5e_10%20%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c%5e_%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%af%20%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1

 

(#1 ผาแต้ม) 08_01_10 ผาแต้ม_เสาเฉลียง_น้ำตกสร้อยสวรรค์_unseen น้ำตกแสงจันทร์(ลงรู)_3พันโบก (กางเต้นท์3พันโบก) อุบลฯ

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx?path=%2f%5e5%5e31%20%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%5e6%2008%5e_01%5e_10%20%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%5e_%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%5e_%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c%5e_unseen%20%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%5e5%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%5e6%5e_3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%20%5e5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%5e6%20%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%af

 

(#2 เสาเฉลียง) 08_01_10 ผาแต้ม_เสาเฉลียง_น้ำตกสร้อยสวรรค์_unseen น้ำตกแสงจันทร์(ลงรู)_3พันโบก (กางเต้นท์3พันโบก) อุบลฯ

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx?path=%2f%5e5%5e32%20%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%5e6%2008%5e_01%5e_10%20%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%5e_%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%5e_%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c%5e_unseen%20%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%5e5%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%5e6%5e_3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%20%5e5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%5e6%20%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%af

 

(#3 น้ำตกสร้อยสวรรค์-ทุ่งดอกไม้ป่า) 08_01_10 ผาแต้ม_เสาเฉลียง_น้ำตกสร้อยสวรรค์_unseen น้ำตกแสงจันทร์(ลงรู)_3พันโบก (กางเต้นท์3พันโบก) อุบลฯ

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx?path=%2f%5e5%5e33%20%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%5e6%2008%5e_01%5e_10%20%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%5e_%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%5e_%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c%5e_unseen%20%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%5e5%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%5e6%5e_3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%20%5e5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%5e6%20%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%af

 

(# 4 unseen น้ำตกแสงจันทร์(ลงรู)) 08_01_10 ผาแต้ม_เสาเฉลียง_น้ำตกสร้อยสวรรค์_น้ำตกแสงจันทร์(ลงรู)_3พันโบก (กางเต้นท์3พันโบก) อุบลฯ

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx?path=%2f%5e5%5e3%204%20unseen%20%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%5e5%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%5e6%5e6%2008%5e_01%5e_10%20%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%5e_%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%5e_%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c%5e_%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%5e5%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%5e6%5e_3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%20%5e5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%5e6%20%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%af

 

(# 5 นอนดูดาว3พันโบก) 08_01_10 ผาแต้ม_เสาเฉลียง_น้ำตกสร้อยสวรรค์_น้ำตกแสงจันทร์(ลงรู)_3พันโบก (กางเต้นท์3พันโบก) อุบลฯ

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx?path=%2f%5e5%5e3%205%20%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a73%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%5e6%2008%5e_01%5e_10%20%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1%5e_%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%5e_%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c%5e_%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%5e5%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%5e6%5e_3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%20%5e5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%5e6%20%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%af

 

(#6 ชมพระอาทิตย์2ดวงที่3พันโบก) 09_01_10 สามพันโบก_ผาชัน_เขื่อนสิรินธร_แก่งสะพือ_กางเต้นท์ อช.ภูจองนายอย อุบลฯ

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx?path=%2f%5e5%5e36%20%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c2%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%883%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%5e6%2009%5e_01%5e_10%20%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%5e_%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%99%5e_%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%5e_%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%ad%5e_%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%20%e0%b8%ad%e0%b8%8a.%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%20%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%af

 

(#7 ผาชัน) 09_01_10 สามพันโบก_ผาชัน_เขื่อนสิรินธร_แก่งสะพือ_กางเต้นท์ อช.ภูจองนายอย อุบลฯ  

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx?path=%2f%5e5%5e37%20%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%99%5e6%2009%5e_01%5e_10%20%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%5e_%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%99%5e_%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%5e_%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%ad%5e_%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%20%e0%b8%ad%e0%b8%8a.%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%20%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%af

 

(#8 ช่องเม็ก_เขื่อนสิรินธร) 9_01_10 สามพันโบก_ผาชัน_ด่านช่องเม็ก_เขื่อนสิรินธร_แก่งสะพือ_กางเต้นท์ อช.ภูจองนายอย อุบลฯ

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx?path=%2f%5e5%5e38%20%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%81%5e_%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%5e6%209%5e_01%5e_10%20%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%5e_%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%99%5e_%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%81%5e_%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%5e_%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%ad%5e_%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%20%e0%b8%ad%e0%b8%8a.%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%20%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%af

 

(#9 แก่งสะพือ, อช.ภูจองนายอย) 09_01_10 สามพันโบก_ผาชัน_เขื่อนสิรินธร_แก่งสะพือ_กางเต้นท์ อช.ภูจองนายอย อุบลฯ

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx?path=%2f%5e5%5e39%20%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%ad%5eJ%20%e0%b8%ad%e0%b8%8a.%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%5e6%2009%5e_01%5e_10%20%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%81%5e_%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%99%5e_%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%5e_%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%ad%5e_%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%20%e0%b8%ad%e0%b8%8a.%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%20%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%af

 

(# 10) 10_01_10 น้ำตกห้วยหลวง อช.ภูจองนายอย อุบลฯ

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx?path=%2f%5e5%5e3%2010%5e6%2010%5e_01%5e_10%20%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%20%e0%b8%ad%e0%b8%8a.%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%20%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%af

วันชิวๆ ที่เพลินวาน @ Play and Learn หัวหินในวันวาน 03-01-2010

มันเป็นทางผ่าน ที่ทุกครั้งผ่านแล้วผ่านเลย รอบนี้ขอแวะซะหน่อย….เพลินวาน
บรรยากาศก็เม๋นคำล่ำลือ ราคาอาหาร 30 up

The Memories of Classic Romance
ที่มาของเพลินวาน >> จากจุดเริ่มต้นที่มาจากความรักและคิดถึงหัวหินในวันก่อน เพลินวานจึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อให้เป็นศูนย์กลางจุดหมายการเดินทาง
แห่งใหม่ของคนหัวหินและนักท่องเที่ยวที่มาเยือน
เพลินวานคือ … “ศูนย์รวมความสุข สถานที่… หยุดเวลาในอดีตไว้ เพื่อเล่าขานเรื่องราวมากมายของวิถีหัวหินกาลก่อน …สู่กาลปัจจุบัน”

เพลินวานเปิดให้บริการทุกวัน
วัน จ. – พฤ. เปิดตั้งแต่ 10.00 น. – 22.00 น.
วัน ศ  10.00 น. – 24.00 น.
วัน ส. 09.00 น. - 24.00 น.
วัน อา 09.00 น. – 22.00 น.
เพลิน เพลิน บาร์
เปิดบริการตั้งแต่ 17.00 น. -24.00 น.
ร่วมสนุกกับเกมส์งานวัด
วันอาทิตย์ ถึงวันพฤหัสบดี  เปิดตั้งแค่ 16.00 น. – 22.00 น.
วัน ศุกร์และเสาร์ เปิดตั้งแค่ 16.00 น. - 24.00 น.

ย้อนความทรงจำ ที่ เพลินวาน หัวหิน

เยี่ยมชม “เพลินวาน” หมู่บ้านย้อนยุคมีชีวิต ชิมรสอาหาร-ขนมอร่อย เลือกซื้อเสื้อผ้า ดูหนังกลางแปลง สัมผัสบรรยากาศแห่งอดีต ปี พ.ศ.2499

หัวหิน ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่พักผ่อน ของผู้มีฐานะดีในสมัยก่อน และเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงในยุคต่อมา ผู้คนมากมายมีความทรงจำดีๆ

ต่อเมืองชายทะเลแห่งนี้ การได้กลับมาเห็นภาพชีวิตเฉกเช่นในวันวานจึงเป็นสิ่งที่หลายคนถวิลหา

วันนี้เมื่อกลุ่มคนที่หลงรักอดีตของหัวหินร่วมกันเนรมิต บ้านเรือน ร้านค้า ร้านกาแฟ ที่เคยอยู่ในภาพถ่ายให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อให้เป็น

จุดหมายใหม่ในการเดินทางสู่เมืองหัวหินในนามของ เพลินวาน ” ศูนย์รวมความสุข สถานที่ซึ่งหยุดเวลาในอดีตไว้ เพื่อเล่าขานเรื่องราวมากมาย

ของวีถีหัวหินกาลก่อนสู่กาลปัจจุบัน” จึงได้รับความสนใจไม่น้อยจากนักท่องเที่ยว

เพลินวานมี ลักษณะคล้ายหมู่บ้านย้อนยุคที่มีชีวิต (Eco Vintage Village) ที่มีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้า ร้านขายขนม ร้านเหล้าใน

สมัยก่อนรูปแบบของหมู่บ้านนี้จะร้านค้าที่ทำจากไม้ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในช่วง พ.ศ.2499 อีกครั้ง เป็นสถานที่ที่เน้นการขายอารมณ์และ

ความรู้สึกมากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของที่ใช้ในการตกแต่ง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของพนักงานซึ่งจะเป็นของที่ใช้จริงในสมัยนั้น

แต่ที่โดดเด่นไม่เหมือนที่อื่นก็คือ ข้าวของที่นี่สามารถซื้อขายได้จริง ไม่ใช่แค่ตั้งโชว์เหมือนพิพิธภัณฑ์ 

คำว่าเพลินวาน มาจาก “Play and Learn ในวันวาน”  ด้วยความปรารถนาให้ทุกคนมามีความสุขด้วยกัน มานึกถึงความรู้สึกดีๆในอดีต เรียน

รู้วัฒนธรรมดั้งเดิม ตามแนวคิดของ ภัทรา สหวัฒน์ จิ๊กโก๋เพลินวานผู้ที่พยายามทำฝันให้เป็นจริง

“เชื่อว่าทุกคนจะมีความทรงจำในอดีต อยากให้มาที่นี่แล้วได้ย้อนไปนึกถึงเรื่องราวในวันเหล่านั้น อย่างน้อยๆ ก็ยิ้มได้ ในหนังกลางแปลงที่

จะฉายหลายเรื่องก็ล้วนแต่มีฉากหลังเป็นหัวหินทั้งนั้น ร้านเสื้อที่เป็นแหล่งพบรักของหนุ่มสาวสมัยก่อนก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ อยู่ในความ

ทรงจำของใครหลายต่อหลายคน”

อีกสิ่งที่ภัทราพยายามทำให้เกิดขึ้นจริงในเพลินวานก็คือ การให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยในเพลินวานจะ เปิดโอกาสให้หาบเร่ที่อยู่ใน

บริเวณใกล้เคียงได้เข้ามาจับจองพื้นที่ค้าขาย เพื่อสนับสนุนให้คนท้องถิ่นมีพื้นที่ทำกิน ไม่ต้องคอยวิ่งหลบเจ้าหน้าที่เทศกิจ แต่เพื่อให้อยู่ใน

คอนเซ็ปต์ ทางเพลินวานจึง ได้จัดอุปกรณ์สำหรับค้าขายไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็นรถเข็นหรือหาบขายของเพื่อให้มีรูปแบบที่เป็นไปในทางเดียวกัน

อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้แก่เด็กๆและคนพิการ สามารถเข้ามาทำงานที่นี่ โดยทางร้านจะมีทางลาดและลิฟท์สำหรับรถเข็นผู้พิการ แม้ตัวอาคาร

จะเป็นเพียงแค่บ้าน 2 ชั้นเท่านั้น

ในส่วนของงานวัดซึ่งจะมีทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ นอกจากจะเน้นบรรยากาศแบบย้อนยุคแล้ว ยังจะมีพื้นที่สำหรับเด็กนักเรียนเข้ามาขายของ

หารายได้พิเศษ ที่สำคัญเฟอร์นิเจอร์ที่นี่จะเป็นแบบ Green Board คือเป็นเฟอร์นิเจอร์ Recycle ทำจากกระดาษลังหรือกล่องนม ถือว่าเป็นการ

ส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติในอีกรูปแบบ

ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมอย่างเต็มรูปแบบทั้งสามส่วน มีทั้งแฟชั่นเปรี้ยวๆ ในวันวานกับห้องเสื้อไฉไล, พักร้อนด้วยเพลินวานไอศกรีม, ของเล่นใน

สมัยวันวาน, กาแฟโบราณอันเลื่องชื่อของหัวหิน, ร้านข้าวอุ่น แกงร้อน อาหารเลื่องชื่อตำหรับหัวหิน, ร้านเหล้าเพลินวาน ที่มีทั้งสุราและยาดอง,

สถานีจัดรายการ เพลินเพลง เพลินวาน ที่จะเปิดเพลงในสมัยก่อนให้เพลิดเพลินตลอดวัน

นอกจากนี้ยังมีลานกิจกรรมที่จะมีการฉายหนังกลางแปลงในแบบ ฉบับงานวัด สามารถเลือกซื้อเทปคาสเซทเพลงเพราะๆ ของวันวาน วิดีโอ

หนังรักวัยหวาน ใบปิดหนังดังรวมถึงดาราในดวงใจ พร้อมกับเก็บภาพมุมเก่าๆ ในเพลินวานไว้เป็นที่ระลึก หรือจะแวะส่งโปสการ์ดหาเพื่อนที่

ไม่ได้มาให้อิจฉาเล่นก็สามารถทำได้ ตกดึกใครอยากนอนหลับฝันดีสามารถเข้าพักที่ พิมานเพลินวาน ที่พักแนว Retro ได้อีกด้วย

เรียกว่ามาที่เพลินวานแห่งนี้ อดีตอันงดงามจะย้อนกลับมาให้คุณได้หวนระลึกถึง เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับการพักผ่อนในหัวหิน ร่วมกับ

ครอบครัวหรือคนรัก ที่นี่เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 11.00-24.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด การเดินทางก็ไม่ยาก ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม

พระราชวังไกลกังวล หมุดหมายที่ใครๆ ต่างรู้จักดี

จดหมายเหตุเพลินวาน

“สมัยก่อนหัวหินเป็นเมืองเงียบ คนไม่พลุกพล่าน มีต้นไม้ใหญ่ การเดินทางสะดวกเพราะสามารถนั่งรถไฟไปได้ สมัยเด็กเวลามาถึงหัวหินจะชอบเก็บเม็ดมะกล่ำตาหนูซึ่งเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง มาเล่นกับพี่น้อง และเก็บดอกลั่นทมมาร้อยเป็นมาลัย แม่โตมากับหัวหิน ซึ่งเป็นที่พบปะของหนุ่มสาว ที่นิยมไปเที่ยวกัน นั่งรถไฟไปด้วยกันนานๆ ได้ชื่นชมเมืองสองฝั่งรถไฟ และเรื่องราวการเดินทางโดยรถไฟไปหัวหิน ทำเป็นนิยายรักหวานชื่นดีๆ ได้เล่มหนึ่งเลยทีเดียว


ว่ากันว่าสถานีรถไฟหัวหินเป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาวอำเภอหัวหินเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเสมือนที่ประวัติศาสตร์ เก็บหัวรถจักรไอน้ำเก่าแก่ ที่การรถไฟสั่งซื้อมาจากประเทศอังกฤษ

หัวรถจักรนี้เคยวิ่งให้บริการในเส้นทางรถไฟตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 หินแกรนิตถูกใช้สำหรับวางรางรถไฟ สะท้อนความแข็งแกร่งและสง่างามได้เป็นอย่างดี




ผู้คนพูดถึงหัวหินว่า “เป็นอำเภอสำคัญในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากมาย แต่มีเพียงอำเภอหัวหินเท่านั้น ที่ “ตลาด” เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันลือชื่อ เช่น ตลาดโต้รุ่งหัวหิน แหล่งรวมอาหารนานาชาติสำหรับยามราตรี ยังมีตลาดฉัตรไชย ตลาดเก่าแก่ มีประวัติความเป็นมา แต่ครั้งสมัยรัชกาลที่ 7″

ขอบคุณข้อมูลจาก :

ชัชลัย ป้อมทอง จากน.ส.พ.กรุงเทพธุรกิจ

http://www.plearnwan.com/home.html

ดูรูปเพิ่มเติมทริปนี้ได้ใน

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx?path=%2f%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%2003%5e_01%5e_10%20%20%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%a4%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%5e_%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%af

เทศกาลเที่ยวระนอง…ท่องอันดามัน ประจำปี 2553

Start:      Mar 19, ’10
End:      Mar 27, ’10
Location:      ณ บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าเทศบาลเมืองระนอง

จังหวัดระนองนับว่าเป็น ดินแดนแห่งมนต์เสน่ห์ดังคำกล่าวที่ว่า..เส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติอันสวยสด งามหมดจดชนวิถี มีดีน้ำแร่ เสน่ห์เกาะพยาม งามตระการภูเขาหญ้า กาหยูหวาน แสนสราญกีฬาตกปลา

จังหวัดระนอง ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานชุมพร และ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมจัดงาน “เทศกาลเที่ยวระนอง ท่องอันดามัน” ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 19 – 27 มีนาคม 2553 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าเทศบาลเมืองระนอง เพื่อการประชาสัมพันธ์แหล่งและกิจกรรมทางการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง สร้างความรับรู้ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นด้าน แหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่น ฟื้นฟูประเพณีวัฒนธรรมที่งดงามของชาวระนอง รวมไปถึงการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

กิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน ได้แก่ ตลาดย้อนยุค เทศกาลน้ำแร่ การส่งเสริมธุรกิจสปา การจัดแสดงศิลปวัฒนธรรม เอกลักษณ์ไทย – พม่า การจำหน่ายสินค้า OTOP เทศกาลเมนูพื้นบ้านอาหารพื้นเมือง การประกวดร้องเพลงและการแสดงดนตรี และดนตรีพื้นบ้าน การประกวดธิดาระนองมุกงามอันดามัน และการแข่งขันกีฬาตกปลานานาชาติ

นายอุทัย วรมาศกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานชุมพร กล่าวว่า ปี 2553 นี้ ฝ่ายคณะกรรมการจัดงานได้มีการแข่งขันกีฬาตกปลานานาชาติ ในวันที่ 27 – 28 มีนาคม 2553 ชิงถ้วยรางวัลจาก พณ ฯ นายกรัฐมนตรี เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งร่วมกับงาน เที่ยวระนอง ท่องอันดามัน ปี 2553 ซึ่งจังหวัดระนองนับว่าเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรการ ท่องเที่ยวทางทะเล (Marine Tourism) มีเกาะแก่งที่มีความสวยงามอาทิ เกาะพยาม และเกาะช้าง เกาะค้างคาว หมู่เกาะกำใหญ่ หมู่เกาะกำเล็ก เกาะไข่ เกาะหมอ และเกาะเกรียง ทั้งนี้กิจกรรมกีฬาตกปลานานาชาติก็จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเล ของจังหวัดระนองได้เป็นอย่างดี

ผู้อำนวยการกล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดระนองเป็นจังหวัดที่มีมนต์เสน่ห์สำหรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนทั้ง ชาวไทยและชาวต่างชาติ มีแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อมากมาย อาทิ สปาน้ำแร่ที่มีคุณภาพระดับโลก , แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ เช่น พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) และความเป็นมาของเจ้าเมืองระนอง ,แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติพลับพลึงธารแห่งคลองนาคา ความมหัศจรรย์ที่รอนักท่องเที่ยวไปสัมผัส ,ทัศนียภาพอันสวยงามของภูเขาหญ้า ,และมิตรภาพอันอบอุ่นของสองชนชาติ ไทย -พม่า

การจัดงานเทศกาลเที่ยวระนองท่องอันดามัน ปี 2553 นี้ จึงเป็นการเปิดโลกสู่มิติใหม่แห่งการท่องเที่ยวเมืองแร่นองอย่างแท้จริง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ จังหวัดระนอง โทรศัพท์ 0 7781 1123
ประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง โทรศัพท์ 0 7782 3258
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานชุมพร โทรศัพท์ 0 7750 2775-6

ขอบคุณข้อมูล : http://www.thailandexhibition.com

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเพ่อน multiply ดีจึงบอกต่อ : http://sawasdeemultiply.multiply.com/calendar/item/10165
อ่าน blog ระนองของเจ เพิ่มเติมใน : http://jow-jay-pai.spaces.live.com/blog/cns!8287B3C4C01D9287!1744.entry
 

ตามหาเทียนนกแก้ว สัมผัสลมน๋าวบนดอยหลวงเชียงดาวกับทีเคที 5-7 ธ.ค.52

โปรแกรมเดินป่าปิดท้ายปี 52 เพื่อให้โบนัสตัวเอง สรุปได้ว่าไปตะลุยดอยเชียงดาว จ.เชียงใหม่ กับ TKT ท้าทายความลำบาก (สาหัส) และความชราที่ก้าวเข้ามา แบบไม่ไถ่ถาม มีเวลาเตรียมตัว 2 อาทิตย์ เช็คสภาพอากาศ การเดินทาง  อากาศเย็นใช้ได้ทีเดว เส้นทางเดินเท้าไม่น่าจะเกินความสามารถของ 2 เท้า  ||_|| จัดเตรียมของใช้ เสื้อผ้า รองเท้าพร้อมลุย รองเท้าแตะ ถุงนอน ถุงมือ ถุงเท้าเครื่องกันหนาว ไฟฉาย หยูกยา โทรศัพท์ กล้อง+แบต ชาร์ตให้เรียบร้อย ให้เพียงพอกับการถ่ายภาพแบบฉ่ำปอด 2 คืน 3 วัน บนภูไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวก (ส่วนตัวนำกล้องใหญ่ไป 1 กล้องเล็ก 2 เผื่อๆไว้ … ได้ใช้จริง 2 ตัว) แพ็คกระเป๋าให้เรียบร้อย สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ ทิชชู่เปียก เพราะบนดอยเชียงดาวไม่มีน้ำ ต้องแบก/จ้างลูกหาบแบกน้ำขึ้นไป ใช้สอยน้ำกันอย่างประหยัด (ไม่ใช่ไม่อยากอาบน้ำน๊า แต่ไม่มีน้ำอะ) เราเลือกที่จะแบกเป้เองเพราะงกกับค่าลูกหาบ 600.-  จัดความลำบากให้ตัวเองกะน้องสาวที่เป็นเพ่อนเดินทางอย่างเต็มอิ่ม และแล้ววันเดินทางก็มาถึง

วันเดินทาง
19.30  ออกเดินทางจากสำนักงานเทรคกิ้งไทยดอทคอม อยู่แถว BTS.สนามเป้า เรานั่งตู้ 3 สมาชิก 8 ท่าน เป็น ช.2 ญ.6 staff ช. นามพี่เจ็ด หนุ่มหล่อของ
เรา (ทริปนี้ 3 ตู้ staff ครูกุ๊กอยู่ตู้ 1)

วันที่ 1 ของการเดินทาง

เช้ามืดถึง อ.แม่แตง แวะซื้อเสบียงกันก่อน จิบกาแฟรองท้อง เดินชมตลาดยามเช้า ได้หมวกไหมพรมสีดำมา 1 ใบ ถุงเท้าคู่หนาและย้าวยาวเผื่อน๋าวอีก 1 คู่ แล้วเดินทางต่อ ทานอาหารกันเช้าที่ อช. ศรีล้านนา ตั้งอยู่ริมเขื่อน วิวสวยติดน้ำ อาหารเช้าเป็นข้าวต้มปลา รสชาติดี มีไข่ต้ม เติมไม่อั้น ใครอยากชง…ชง เราจึงจัดกาแฟให้ตัวเองอีกรอบ เพราะรู้สึกยังไม่ตื่น (เต้น) กินและชมวิว พร้อมถ่าย..

ออเดิฟเที่ยวกันก่อนที่วัดบ้านเด่น เดินหายักษ์อมยิ้ม โบสถ์ที่นี่สวยไม่แพ้วัดเชียงทองที่หลวงพระบาง ยังสร้างไม่เสร็จค่ะ สวยมากมาย ดูขลังศักดิ์สิทธิ์ วิวงาม

เที่ยวต่อที่วัดถ้ำเชียงดาว  ถึงประมาณ10 โมงเช้า เข้าไปเดินชมในถ้ำกัน พกไฟฉายไปล่วยน๊า

ออกมาทานข้าวเที่ยง อิ่มแล้วแพคของเตรียมตัวขึ้นรถท้องถิ่น สัมภาระใครจ้างลูกหาบก็เอาไปแยกไว้ตรงจุดที่พี่ๆ เค้าแจ้ง ส่วนเรา ชาวงก แบกเอง อย่าเอาไปกองรวมเชียว อิอิ^^ เข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว เข้าทางบ้านนาเลา จุดเริ่มเดินตรงปางวัว ไม่ต้องรีบเพราะวันนี้เราเดินกันแค่ 3-4 ชม. ><”

เดินหอบแฮก ตลอดทาง โว้ว เดิน 1 2 3 หยุด ทางเดินเป็นเนินลาดชันไม่มีจุดพัก ข้างทางเป็นพงหญ้า เดินเลียบเขา อย่าพลาดเชียว เดินไปชมวิวไป เก็บภาพไป บ้าหอบไป เอิ้ก!

จนถึงจุดตั้งแค้มป์ดงไผ่ 1 คืน ก่าจะถึงเหงื่อโซ้ก ผองเพ่อนเดินกันตัวปลิว ส่วนเราแป้กกั้บ หลังแทบหัก เหอๆ อากาศหนาว ไม่ค่อยมีลม มีห้องน้ำแบบเข้าถึงธรรมชาติ (หลุม มีแผ่นไม้อัดคั่นไว้) 2 ห้อง เป็นฝาจาก (หากมีคนเข้าส้วมธรรมชาติก่อนเรา กรุณาทิ้งช่วง ให้อากาศได้ระบาย ไม่งั้น คุณจะ…ต้องไปลองกันค่ะ พรรณนาอาจไม่เห็นภาพ)

วันนี้พักที่นี่ พี่ๆ ไม่ต้องการให้ลูกทริปเดินหนักเกินไป เอาเวลามาคุยกันเรื่องพรรณไม้หรออื่นๆ ดีกว่า อาหารเย็นวันนี้เป็นแนวชาวแค้มป์ ง่าย ๆ ใช้น้ำอย่างพอเพียง แจกช้อนเป็นอาวุธประจำกายต้องพกติดตัวพร้อมใช้งาน ห้ามทำหาย ฮิฮิ ขอบคุณอาหารอาหย่อยๆ จากทีมงานมากงั้บ กินมื้อเย็นกันไป เจ้าเข้ากันไป เง่อะ อากาศมันน๋าว งานนี้ต้องจิบคุณดาวเรือง ช่วยได้ดีแท้ และมีเล่นกุ้งหอยปูปลา….แต่ยังไงมันก็น๋าว เลยต้องขอตัวเข้าเต้นท์ไปทำความอบอุ่นให้กับตัวเองหน่อย ต้องโด้บยาคลายกล้ามเนื้อ+แก้อักเสบ หมวกกะถุงเท้าคู่ย้าวยาซื้อไว้ได้ใช้ดั้วล่ะ สลบหลับไปน่าจะ 1-2 ทุ่ม แต่ก็เม๋นไม่ได้นอน เพราะมันน๋าวเข้ากระดูกซะ พลิกตัวไปมาทั้งคืน เส้า นอนไม่หลับ _ _|

วันที่ 2 ของการเดินทาง

ตื่นรับอรุณ 6 โมงเช้า ว้าว อากาศสดชื่นดีจัง เสียงนกคุยกันกระจุ้กกระจิ้ก อาการกล้ามเนื้ออักเสบดีขึ้น เคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อย

ช่วยทำกับข้าวเตรียมเครื่องให้ แทบไม่อยากโดนน้ำ เย็นจี้ด ทานอาหารเช้าฝีมือครูกุ๊ก+ทีมงาน เอาใจช่วยนะ เพราะอาหารกว่าจะสุก น้ำร้อนต้มแล้วต้มอีก วางแป้ป…เย็น ยืนทานบุ้ฟเฟ่กันโดยพร้อมเพรียง เติมไม่อั้น กาแฟสักแก้ว แยกไว้ให้ลูกหาบด้วยแม่ทัพของเรา

ทานเสร็จแล้วก็เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย หุหุ เราลืมทิ้งช่วง โว้ว เห็นหลังลูกหาบแว้บๆ วู้…อากาศส้วมธรรมชาติสุดยอด หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว 55+ แทบจะสลบคาห้องส้วม กร้ากกก หลังจากที่หลุดพ้นก็แพ็คของ ส่วนเร่องการล้มเต้นเด๋วทีมงาน+ลูกหาบจัดการเอง

เดินทางต่อ…แฮกได้อีก วันนี้เราเดินไต่ระดับกันราวๆ 500 เมตร เดินไปตามเส้นทางสู่อ่างสลุงที่ล้อมรอบด้วยดอยหนอก และดอยสามพี่น้อง ลักษณะเป็นรูปเกือกม้า ก่อนเดินทางผ่านเนินพิศวง ผ่านกิ่วป่าคา เข้าสู่ปากประตูป่าโบราณ และถึงอ่างสลุงราวๆ บ่ายสองโมง ตั้งแค้มป์ตรงเชิงดอยหลวงที่ระดับราว 1900 เมตร ได้ทำเลก็ช่วยทีมงานกางเต้นท์กั้บ ความสามารถงัดกันออกมา จากนั้นเอาสัมภาระเข้าเต้นท์

ไปช่วยทีมงานเตรียมเสบียง ทำอาหารเที่ยง หิวๆรีบๆช่วยกันทำจะได้กินกัน เที่ยงนี้เมนูผัดมาม่า ผัด..เส้นใหญ่ ครูกุ๊กขายดีทำแทบไม่ทัน (หรอลูกทริปหิว) มีเมนูเสริมข้าวไข่เจียว ไข่ดาว ฝีมือลุงดูน (หัวหน้าลูกหาบ ลุงใจดี ดูแลทุกคนดีมั้กๆ)

อิ่มท้องกันแล้ว บ่าย 3 เตรียมตัว ใครอยากไปชมวิวที่ยอดกิ่วลม เดินดูพันธุ์ไม้ไปกันโลด เส้นทางการเดินร่มรื่น จนถึงเนินชมวิวเป็นเนินหินปะการัง พบดอกฟองหินเหลือง หญ้าดอกลาย และไม้แปลกๆหายากมากมาย

แล้วก็เดินกลับไปที่เส้นทางยอดอีกด้านหนึ่ง วิวสวยโฮก ดอกไม้งาม ดอกขาวปั้นมีแยะเรยอะขึ้นตามซอกของหินขอบเขา

เดินชมวิวเก็บภาพความทรงจำนี้ไว้

จากนั้นได้เวลาเดินลงเกือบ 5 โมงเย็น รีบกลับมาดูพระอาทิตย์ตกดินที่ยอดดอยหลวงเชียงดาวกัน (เตรียมไฟฉายไปด้วยเพราะขากลับจะมืดมาก)

นั่งรอนอนรอพระอาทิตย์ตก

แสงสีทองจากเส้นขอบฟ้า แต่เส้า ฟ้าปิด _ _”

เดินกลับแค้มป์ ทานข้าวมื้อเย้น…เย็น  นั่งดูดาว และนอนหนาวกัน (คืนนี้จะน๋าวหนาดไหน เพราะขึ้นมาสูงกว่าเมื่อคืน) ต้องพึ่งคุณดาวเรืองอีกล่ะ อิอิ สักกริ้ป มันดีเจงๆ ใครไม่ง่วงก็ร่วมวงกุ้งหอยปูปลา..นั่งน๋าวเม้ากัน  เราก็เม๋นเดิม นอนไม่หลับ น๋าวโฮก  T|_|T  เมื่อไหร่จะเช้าหนอ

วันที่ 3 ของการเดินทาง

ใครอยากดูทะเลหมอกยามเช้า ตีห้า ตื่นก่อนเสียงไก่เลย……สลัดตัวออกจากถุงนอนอุ่นๆ ไปขึ้นยอดสูงสุด ชมพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอกสีทองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวดุจปุยเฆม แสงอาทิตย์ผ่านทะลุก้อนเฆมเป็นลำพุ่งกระจายทุกทิศทาง ด้านหลังเป็นวิวดอยสามพี่น้อง และดอยพีระมิด ที่ค่อยๆต้องแสงเช้าจนเปิดเผยตัวให้เราชมชัดเจนในที่สุด

ดื่มด่ำเต็มอิ่มกับสุดยอดขุนเขากันแล้ว ประมาณเจ็ดโมงเช้าก็ลงไปกินข้าว เก็บสัมภาระกันให้เรียบร้อย

9 โมงเช้าเดินทางกลับทางเดิม เราก็แฮกได้อีก อีกนิดน่ะ อดทนไว้ จะได้กลับแล้ว เก็บภาพความประทับใจสวยๆ เห็นแล้วหายเหนือย ^^

เดินจนถึงจุดจอดรถ ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชม. มากันครบก็นั่งรถ2แถวไปถึงวัดถ้ำผาป่องเพื่ออาบน้ำอาบท่ากัน เสร็จแล้วไปกินข้าวกลางวันแถวแยกเชียงดาว เดินทางกลับกรุงเทพฯ แวะกินข้าวเย็นประมาณ 20.00 แถว จ. ตาก ถึง กทม. ประมาณ ตี 4

เพิ่มเติม

ประเภททริป -  เดินป่า  ท้าทาย  ลุยๆ   กิน นอน ในป่า  ไม่เหมาะกับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

*** เนื่องจากทางเขตฯ จำกัดจำนวนคนขึ้นเชียงดาวสัปดาห์ละ 100 คน รวมอัตราลูกหาบด้วย ซึ่งแต่ละทริป ทาง TKT จองลูกหาบไว้จำกัด  ลูกหาบอาจจะไม่พอเพียงต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว (ไม่อยากกั๊กไว้ แบ่งปันให้นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นได้เที่ยวและศึกษาธรรมชาติที่นี่ทั่วถึงกัน) ดังนั้นเพื่อน ๆ ปีนี้คงต้องแบกสัมภาระส่วนตัวเอง (รวมถุงนอนที่ยืมด้วย) แต่ถ้าในกรณีที่ทางเขตยังมีลูกหาบพอ  อาจหาลูกหาบแบกของได้ ดูเป็นกรณีไปนะครับ (ถ้ามีลูกหาบก็ไม่มีปัญหา)

ค่าบริการท่านละ 4200  บาท แบกสัมภาระ+ถุงนอนเอง
(เดินตัวปลิว….ไม่แบก….จ่ายเพิ่ม 600 บาท ต่อท่าน)
==> สัมภาระส่วนตัวปกติไม่เกิน 8 กิโลกรัมต่อคน ลูกหาบ 1 คน จำกัดน้ำหนัก 20 กิโล

ความประทับใจที่ได้จากทริปนี้

- ครบรส ลำบากจัดส์แบบนี้ที่เราต้องการ

- พี่ๆ ดูแล take care อัฌยาศัยดีมาก แม้ยามลำบากก็ไม่ทอดทิ้ง

- เพื่อนร่วมทริปน่ารักทุคน แม้บางคนจะติดๆ นิสัยเห็นแก่ตัวบ้าง อะไรบ้าง

- ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ มุมมองใหม่ๆ ในโลกใบนี้

- อย่างกกับค่าลูกหาบ 600.- ที่จ้างเค้าแบก 3 วัน จ้างเค้าไปเต้อะค่ะ กระจายรายได้สู่ชุมชนชาวเชียงดาว

- วิวงามๆ บนยอดดอยหลวงเชียงดาว รักษาและคงสภาพป่าอัลไพน์แบบนี้ไปนานๆ ช่วยกันนะ

- ฯลฯ

ข้อมูลทริปเชียงดาวของ TKT

http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=25&topic_no=176561&topic_id=178778

ชมภาพทรืปนี้ใน

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx?path=%2f%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%20by%20TKT%20as%20of%205-7%5e_12%5e_09

ทริปภูสอยดาว 4-6 ก.ย.52 (โหด มัน ฮา กับ TKT) version 2009 (ใครเคยไปภูสอยดาวก่อนหน้านี้ อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปแว้วก้าบ)

 

อยู่ๆ ก็อยากลุยขึ้นมา โปรแกรมที่อยากไปมากทริปหน้าฝน คือ พิชิตภูสอยดาว อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ มีเวลาเตรียมตัวเพียง 1-2 อาทิตย์เท่านั้น หลังจากที่

ชวนใครต่อใครก็มีแต่คนขอบาย (โหด สะแด่วววว เกินไป) จึงเลือกที่จะไปแจมกับคณะ TKT (Trekkingthai.com) ทางทีมงานแจ้งข่าวสาร-การเตรียมตัว เพื่อให้

ทุกคนพร้อมและทราบถึงความหฤโหด และแล้ววันเดินทางก็มาถึง  

  

 

3 ก.ย. 52 จำนวนสมาชิกเฉพาะคณะ TKT จำนวน 6 ตู้ @ 9 ท่าน staff ที่คอยดูแลของแต่ละตู้รวมถึงแม่ครัว น่าจะรวมประมาณ 8 ท่าน ได้เวลา 3 ทุ่มครึ่งเดินทาง

 

 

4 ก.ย. 52 ถึง อช.ภูสอยดาวประมาณ 05.00 น. ล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดพร้อมลุย จัดเสื้อผ้าของใช้ทุกอย่างใส่ถุงพลาสติกให้หมด แพ็คกระเป๋าให้เรียบร้อย

น้ำหนักไม่เกิน 10 โล (แยกเสื้อผ้าและเครื่องอาบน้ำขากลับฝากไว้ที่รถตู้ ไม่ต้องรอลูกหาบ มาถึงไวก็อาบน้ำได้เลย) เอาไปส่งให้ทีมลูกหาบ ทานอาหารเช้าและรอรับ

ข้าวกล่องมิ้อกลางวันทานระหว่าง จากนั้นได้เวลา start ที่ตีนภู Go 08.30 น. [ระยะทางรวม 6.50 ก.ม.(แม้ว)] ผ่านมาหลายเนิน มาเดี้ยงตรงเนินมรณะ เป็นภูเขาสูงชัน

เดิน 3 เก้าพักๆๆๆ แดดเปรี้ยง ไม่มีต้นไม้ เราใช้เวลาถึงลานสน (จุดกางเต้นท์) 13.00 น. (สถิติที่คนไม่ธรรมดาทำไว้คือใช้เวลา 1 ชม.ครึ่ง โอ้วววว) มาถึงลานสนภูสอย

ดาวก็พบกับทุ่งดอกหงอนนาคบานสะพรั่ง วะ อะ ฮ่า….ชื่นชมกันค่ะ point ของทริปนี้ จากนั้นก็เดินอีกนิสสสถึงจุดกางเต้นท์ มาถึงก็ช่วยกันกางเต้นท์คนละไม้คนละมือ

(กางเต้นท์เป็นก็งานนี้ล่ะ อิอิ) เอาสัมภาระเข้าเต้นท์ หุหุ ได้เวลาต้องเข้าไปเยี่ยมชมห้องน้ำของภูสอยดาว เหอๆ วิชาลูกเสือที่เคยได้ร่ำเรียนมาได้งัดออกมาใช้ก็รอบนี้ล่ะ

ก่อนจะเข้าห้องน้ำต้องตามหาคุณถัง กับคุณขันน้ำ เพราะมันมักไม่ได้มาด้วยกัน เมื่อได้แล้วก็เดินลงไปที่ลำธารเอาถังตักน้ำขึ้นมา ตักได้เท่าที่กำลังเราจะหิ้วไหว เหอๆ

(พยายามเข้าห้องน้ำให้น้อยที่สุด หุหุ เด๋วนี้มีก๊อกน้ำเปิดให้ใช้ 1 จุด อยู่ใกล้ๆ ทางเดินเข้าห้องน้ำ) นักท่องเที่ยวมากันมากมาย พักผ่อน เดินเล่น ชมดอกหงอนนาคที่บาน

สะพรั่งทุกพื้นที่ มื้อเย็น 19.00 น. ประทับใจข้าวมื้อแรกบนภู-ข้าวแฉะ อิอิ++ อาหารอาหย่อย รสชาติใช้ได้ทีเดว (หรือหิว) เหน่อยล้ามาทั้งวัน คืนนี้หลับอย่างทรมาน

ปวดระบมไปหมด แง่มๆ ^^

 

 

5 ก.ย. 52 ตื่นรับอรุณเช้านี้ด้วยไอหมอกที่ลอยอยู่หน้าเต้นท์ตัดกับต้นสนสูงใหญ่ แสงแดดอ่อนๆ เริ่มทอแสงมา ดอกหงอนนาคเต็มทุ่ง พร้อมบานให้ชมอยู่หน้าเต้นท์มีน้ำ

ค้าง ว้าววว รับกาแฟร้อนๆ-ขนมปัง ตามด้วยข้าวผัดอเมริกัน+แกงจืด วันนี้ต้องตุนค่ะ

 

 

เตรียมตัวเดินลุยน้ำตกสายทิพย์ มีให้เลือกเดิน 2 แบบ คือ แบบรอบเล็ก (น้ำตกสายทิพย์) กะรอบใหญ่ (น้ำตกสายทิพย์+น้ำตกขุมทรัพย์) เราเลือกที่จะลุยรอบใหญ่ ไหนๆ

ก็มาถึงนี่แล้ว ต้องไปให้เห็นกะตา ใครไม่เจ๋งอย่าไปรอบใหญ่ (ไม่เจ๋งแต่อยากไปอะ) เพราะทางลำบาก เจอทากกันถ้วนหน้า adventure มาก ต้องเดินด้วยความระมัดระวัง

ลื่นมาก ใครโชคดีก็เจอทากไป เราเกาะติด staff มือ 1 จุดที่ชอบมากที่สุดเมื่อถึงตัวน้ำตกขุมทรัพย์แล้วต้องโหนเชือกขึ้นไปข้างบนเขา มันส์ จากนั้นต้องเดินลุยต่อ ด้วยทาง

เส้นเล็กๆ เกาะขอบเขา ด้านขวาคือเหว โหะๆ ไม่กล้ามองเบื้องล่างง่ะ โอ้ว  หล่นไปคงไม่น่าดู สยอง….. ถึงลานสนเบื้องหน้าเป็นกลุ่มแรก หุหุ    จากนั้นหิวมากมาย ต้อง

เบิ้ลค่ะ เมนูมื้อเที่ยงราดหน้า บ่ายเดินชมทุ่งหงอนนาคด้านหลังที่เป็นจุดแบ่งไทย-ลาว เย็นๆ ก็เดินชิวๆ ขมวิว …. 19.00 น. มื้อค่ำ คืนนี้ได้เห็นพระจันทร์ทรงกลด ว้าววววว

ใครไม่ง่วงก็ตั้งวงเป่ายิ้งฉุบ อิอิ หรือล้อมวงนั่งคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน 

          

 

6 ก.ย. 52 เก็บข้าวของกันแต่เช้า  แพ็คของเตรียมให้ลูกหาบ เ ก็บเต้นท์  รวมถึงล้มเต้นท์เพ่อนๆ อิอิ  หม่ำข้าวต้มเรียบร้อยแล้ว  Go ลงภู 08.00 น.  ถึงตีนภู 10.50 น.

อาบน้ำ ทานมื้อเที่ยง ข้าวกระเพราไข่ดาว, ส้มตำ, ไก่ย่าง อิ่มแล้วก็เดินเล่น รอกระเป๋าจากลูกหาบ รอ…..4-5 โมง ชักหิว โซ้ย ส้มตำกะน้ำตกหมู…..รอจนกระเป๋าใบ

สุดท้ายของตู้เรามา 18.30 น. ส่วนอีก 1 ใบ ไม่พบ (เดาเอาว่าน่าจะติดไปกับตู้อื่น เพราะแท็กที่ติดทีมเราเป็นสีแดง น่าจะติดไปกับตู้แท็คสีส้ม แล้วก็เป็นตามนั้น)

ออกเดินทาง 18.50 น. ถึง กทม. 03.00 น. วัน จ. นี้จึงเป็นวันที่ต้องมาทำงาน…..ยังไม่ได้นอน ขาก็อักเสบ เหอๆ (กลับมาจากทริปนี้ กล้ามเนื้อที่ขาอักเสบ บวมเป่ง

เดินไม่ค่อยได้ ปวดอยู่ 2 วัน หายเร็วเกินคาด เหอๆ)

 

 

ความประทับใจที่ได้จากทริปนี้

1. โหด มันส์ ฮา ครบรส อย่างนี้..ที่เราต้องการ

2. พี่ๆ ทีมงาน TKT น่ารักทุกคน Confirm ดูแลทุกคนในคณะอย่างทั่วถึง อาหารอาหย่อย อยู่ดี กินดี นอนหลับ ฝันดี ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะเข้าเต้นท์  

3. เพ่อนๆ สมาชิก ที่ร่วมเดินทาง พูดได้ว่าคุณตัดสินใจที่จะมาลำบาก จึงพร้อม..ทุกรูปแบบ ไม่มีใครเป็นภาระ ประทับใจกลุ่มพี่ๆ อายุ 50 up ลุยเจงๆ ไม่มีบ่น

    ไม่มีเร่องมาก

4. ได้รับมิตรภาพใหม่ จากเพ่อนใหม่ คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

5. ถือว่าทริปนี้โชคดีมาก เจอฝนน้อยที่สุด ทากก็ไม่เจอ ตัวคุ่นก็ไม่โดนกะเค้า

6. ฯลฯ………….

 

 

 

สิ่งที่อยากให้ปรับปรุง

ระบบลูกหาบ ยังไม่ค่อยดีค่ะ (หากเทียบกับภูกระดึง คนละชั้นเลยอะ) อยากให้ผู้เกี่ยวข้องรวมถึงเจ้าหน้าที่บน อช.ภูสอยดาว ปรับปรุงค่ะ

 

 

ซมรูปทริปภูสอยดาวนี้ได้ที่

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx/Trip%20PhuSoiDao%204-6%5E_09%5E_09%20by%20TKT

 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมทัวร์ภูสอยดาวของ TKT ได้ที่

http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=25&topic_no=162558&topic_id=164559&gclid=CNbm8ZKmopwCFdEvpAodDT3BjA

 

รวมทริปอัมพวา จ.สมุทรสงคราม

เพราะอยู่ใกล้ จึงได้แวะเวียนไปบ่อยๆ เสมือนบ้านหลัง 1

 

หากวันนึงอัมพวาเปลี่ยนไป เราก็จะเลือกจำวันวาน-อัมพวาตลอดไป

 

 

>> ทริป อัมพวา 16 ส.ค. 2552 เบิ่งรูปได้ใน

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx/Trip%20AmPhawa%2016-08-09

 

 

>> ทริปอัมพวา  17 ม.ค. 2552  ไม่ได้เอาขึ้นค่ะ

 

>> ทริป ดอนหวาย-อัมพวา 14 ธ.ค. 2551  เบิ่งรูปได้ใน

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx/DonWai%5E_AmPhaWa%2014-12-08

 

 

 

>>ทริป อัมพวา 11 ต.ค. 2551  โดน copy รูป เลยบล็อคไว้ค่ะ

 

>> อ่าน blog เรื่องราวของอัมพวาเพิ่มเติมได้ใน

http://jow-jay-pai.spaces.live.com/blog/cns!8287B3C4C01D9287!2278.entry

 

อีกครั้งกับทริป อยุธยา 15 ส.ค. 2552

ไปอยุธยามาครั้งล่า (เฉพาะกะ family) เจอน้องฝนซะ เปียกโซ้ก รอบนี้ขอแก้ตัว พาไปตะลอนกันใหม่

 

ออกจาก กทม. 08.30 น. ใช้เส้นทางบางปะอิน แวะ (1) วัดพนัญเชิง

 

 

(2) วัดใหญ่ชัยมงคล แวะกินก๋วยเตี๋ยววัดใหญ่กันก่อนจากนั้นเข้าวัด

 

 

(3) วัดพระศรีสรรเพชร ตามหาโรตีร้านดังอยู่หน้าเซเว่นตรงข้ามกับ ร.พ. ต่อคิวยาวซะ

 

 

(4) วัดท่าการ้อง

 

 

(5) วัดกษัตราธิราช 

 

 

จบ trip นี้ ด้วยรอยยิ้มม่วนชื่น จะไปพระราชวังบางปะอินต่อ แต่เช็คเวลาแล้วคงไปไม่ทัน เน่องจากปิดจำหน่ายตั๋วตอน 16.00 น. และปิดทำการ 17.00 น. 

เอาบุญมาฝากเพ่อนๆ ด้วยก้าบ 

 

 

หากใครสนใจทริปไหว้พระอยุธยา 9 วัด ดูภาพเพิ่มใน

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx?path=%2fTrip-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%98%e0%b8%a2%e0%b8%b2%20%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%209%20%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b0%20%e0%b8%ad.%e0%b8%ad%e0%b8%a0%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b9%8c%20%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%2026-07-08

 

หรือ อ่าน blog ข้อมูลทริปไหว้พระอยุธยา 9 วัด ได้ใน blog

http://jow-jay-pai.spaces.live.com/blog/cns!8287B3C4C01D9287!1275.entry

 

 

อีกครั้งกับทริป ตามหาทุ่งดอกกระเจียวสวย 24-25 ก.ค. 2552

นัดวันเดินทางกันเรียบร้อย family…go อีกแล่ว อิอิ

 

 

24 ก.ค. 2552 เดินทางกันแต่เช้า ถึงซะที ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิตย์ จ.ชัยภูมิ แวะหาของอร่อยลงท้องกันที่ร้านอาหารพื้นบ้านลาบเป็ดชื่อดังย่านนั้น สั่งไก่ทอดสมุนไพร,

ผัดเผ็ดหมูป่า, ส้มตำปู-ปลาร้ารสแซ้บ..แซบ, ต้มยำปลาทับทิม, ลาบเป็ด เต็มโต๊ะเรยอ่า หิวจัด หุหุ รสชาติเยี่ยมใช้ได้ทีเดว (หิวจนลืมถ่ายรูปความอร่อยมาให้ซมกัน อิอิ)

คุณลุงคุณป้าเจ้าของร้านใจดี อิ่มหนำพุงกางกันแระ (เริ่มเดินไม่รอดอะจิ ติดพุง)

 

 

จากนั้นไปเดินย่อยกันต่อที่ อช.ป่าหินงาม ลั้ลลา กันกะทุ่งดอกกระเจียวแสนสวย กะ ลานหินงาม ท่ามกลางสายหมอก บรรยากาศนี้…มิอาจลืม  

 

 

 

จากนั้นก็แวะไหว้พระกันต่อที่วัดเขาประตูชุมพล (วัดป่า) อยู่ตรงทางแยกหากเลี้ยวขวาคือไป อช.ป่าหินงาม หากเลี้ยวซ้ายคือไปวัดเขาประตูชุมพล เป็นทางลูกรังถนนดำยัง

เข้าไปถึง ขับเข้าไปไม่ลึก บรรยากาศใช้ได้ทีเดียว เงียบสงบ ปลอดภัย โดยส่วนตัวเคยได้ยินชื่อเสียงมาเช่นกัน เหมาะมานั่งสมาธิ สัญลักษณ์ของวัดเขาประตูชุมพล คือ

เจดีย์รูปเก๋งจีน ท่านเจ้าอาวาสบอกว่ากำลังจะทุบทิ้งเน่องจากไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งก็น่าเสียดาย สร้างมาประมาณ 20 กว่าปีแล้ว ชื่อของวัดมาจากป่าด้านในมีซุ้มเขาประตู

ชุมพล ศักดิ์สิทธิ์ทีเดียว ให้มาขอพรและลอดซุ้มประตูชุมพลนี้ (หินมีลักษณะเม๋นลอดท้องช้าง) มาวัดนี้เป็นครั้งแรก รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก สมองปลอดโปร่งเรยอ่า

เงียบสงบดี เห็นระฆังของวัด ก็แอบยิ้มว่าเข้าใจทำนะ อืม….ไอเดียเค้าดี เจงๆ จากนั้นเข้าที่พัก

 

 

25 ก.ค. 2552 เช้าวันใหม่ เดินทางกันต่อ โคราช

แวะ อท.ประวัติศาสตร์พิมาย (อีกแล่ว),

 

ปราสาทพนมวัน,

 

หลวงปู่โตของคุณสรพงษ์ ชาตรี (อีกแล่ว)

 

 

จบทริปนี้ด้วยความม่วนชื่น และหยาดเหงื่อ เน่องจากร้อนซะ เหอๆ เดินทางกลับ กทม. ลั้ลลา  วันทิตว่าจะไปอยุธยากันต่อ แต่ม่ายไหว เอาไว้รอบน่า เหอๆ

 

>>–> ชมรูปทริปนี้ได้ใน

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx/Trip%20ChaiYaPhom-KoRat%2024-25%5E_07%5E_09

 

ทริปตลาดน้ำสี่ภาค (Pattaya Floating Market) 11 ก.ค. 52

โปรแกรมที่คิดขึ้นได้ใน but now ไปไหนดีอ่า ใกล้ๆ กทม. ได้ยินเสียงเล่าลือมาสักพักจากบรรดาผองเพ่อน…ตลาดน้ำ 4 ภาค ลองไปยลโฉมหน่อยซิเออ เดินทางกันแบบ

ไม่ต้องรีบร้อน

 

08.00 น. ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ เข้า ถ.สุขุมวิท-พัทยา ขับตะลอนๆ ชมวิวหาดจอมเทียน ว้าวๆ ไม่ได้มาซะนาน หาดขาวกว่าเมื่อก่อนเยอะเรยอ่า

10.00 น. ถึงเขาพระตำหนัก จุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองพัทยา หากใครมาพัทยาแล้วไม่ขึ้นมาชมความสวยงามของวิวมุมสูงที่นี่ ถือว่ามาไม่ถึงพัทยาเลยทีเดียว

 

 

11.00 น. ตะลอนกันต่อแวะ outlet ชมและช้อปสินค้าแบรนด์เนมราคาลดพิเศษกันหน่อย (มะได้แอ้มเงินเราหรอก ฮิฮิ)

 

12.00 น. แวะทานอาหารทะเลกันที่ บ้านอำเภอซีฟู้ดซีฟู้ดมื้อเท่ยงของเรา อูว์ เมนูแนะนำปลาเก๋าทอดราดพริกขี้หนู ปลาตัวพ่อก้าบ เมนูยำก็เปงมะพร้าวอ่อนใส่กุ้ง

             แชบ้วยกะปลากหมึก แซบอีหลีเด้อค่ะ กะต้มยำกุ้งแชบ้วย หงิหงิ ดีที่ปูกรรเชียงทอดมาไม่ถึง เน่องจากพ่อค้าปูยังไม่มาส่ง มะงั้นเดือนร้อนคนกิน อิอิ++ 

             อิ่มหนำกันแล้ว ก็ไปเดินย่อยกันต่อ

 

 

13.00 น. ถึงเป้าหมายของการเดินทางวันนี้ ตลาดน้ำสี่ภาค เราเลือกจอดรถในที่ของโครงการด้านหน้าเต็ม (น่าจะจอดได้ไม่เกิน 30 คัน) จึงไปจอดด้านใน (ลาน

             จอดรถด้านในรองรับได้เยอะเรยจร้า) มีเจ้าหน้าที่เดินตรวจตราดูแลรถให้ตลอด รับรองรถไม่หาย เคยอ่านในกระทู้เจอว่ามีคนมาเท่วตลาดน้ำสี่ภาคแล้วโดน

             ทุบกระจกรถ เราคิดว่าน่าจะเป็นลานจอดรถที่ติดกับด้านหน้าของโครงการ (อยู่ติดถนนใหญ่ด้านซ้ายมือถึงก่อนโครงการตลาดน้ำ ส่วนใหญ่ที่คนเลือกจอดกัน

             น่าจะเป็นเพราะไม่ต้องเดินไกล  เดินลัดเข้าด้านข้างของตลาดน้ำได้เลย  แต่ดูแล้วก็ไม่น่าจะโดนทุบนะ เพราะมีรถขับผ่านตลอด  แต่มีบางคันที่จอดใต้ต้นไม้

             อันนี้อาจเป็นไปได้) ถึงแดดจะแรงแค่ไหน ก็เดินกันถวายชีวิตจร้า (ร่มเอย หมวกเอย พกกันมาด้วยนะคะ ได้ใช้แน่นอน) ยังสร้างได้เรื่อยๆ บรรยากาศเหมือน

             เราอยู่ในคลองและกำลังเดินเล่นบนเรือนไม้  แล้วมีข้าวของแต่ละซุ้มแต่ละภาคให้เราชมซะเพลินเรยอ่า  อัมพวาจะร่มรื่นกว่า แ ต่ก็ถือว่าหากใครมาเท่ว

             พัทยา-ชลบุรีแล้ว ก็น่าจะแวะมาเดินเล่นชิวๆ ที่นี่ โดยเฉพาะบรรยากาศยามเย็น-ค่ำ น่าสนเชียวล่ะ

 

 

15.00 น. เดินกันจนตัวเปียกชุ่ม ฉ่ำปอด เท้าเริ่มก้าวไม่ออก เต็มที่กันแร้วกับแดดแรงๆ…แรงได้อีก ในตลาดน้ำสี่ภาค จากนั้นบ่าย 3 ก่อนกลับเข้า BKK แวะ outlet ของ

             flynow เดินชิวๆ ทิ้งท้ายวันนี้ ถึงบ้าน 5 โมง หงิหงิ มายเร็วจังวุ้ย แต่ก็ได้ชาร์จแบตเต็มที่แว้ว เตรียมลุยกับงานต่อไป สู้โว้ย!!

 

 

แผนที่

(แปะไว้ก่อนค่ะ มันไม่ยอมมา) 

 

ของดีพัทยา ตลาดน้ำสี่ภาค

เปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00 – 24.00 น.

ส่วนวันเสาร์ – อาทิตย์ มีการแสดงของแต่ละภาค วนไปตามซุ้มต่างๆ
การเดินทาง พิกัด อยู่บน "ถนนสุขุมวิท"  ถ้าจากกรุงเทพฯ ขับผ่านทางเลี้ยวเข้าพัทยาเหนือ -> กลาง -> ใต้ เลยทางเลี้ยวเข้าพัทยาใต้ไปสักหน่อยมาทางเดียวกับไป

อลังการ …… ถึงก่อนอลังการ ประมาณ 4.5 กม. (อยู่ใกล้กับจุลสิคพาร์ค) จะเห็นเรือนไทยโดดเด่น

 

ตลาดน้ำสี่ภาคถือว่าของดีที่ซุกซ่อนอยู่ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี แม้การท่องเที่ยวในภาพรวมจะซบเซาแต่ที่นี่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่อง เที่ยวแวะเวียนมาเยือน

อย่างไม่ขาดสาย

 

การเดินทางก็แสนสะดวกสบาย จากกรุงเทพ เข้าถนนสุขุมวิท เลยพัทยาใต้ไปสักหน่อยก็จะเห็นเรือนไทยพร้อมป้ายขนาดใหญ่เด่นเป็นตระหง่านอยู่ทางซ้ายมือ มีซุ้มประตู

น้ำต้อนรับท้าทายให้เราเดินเข้าไปท่ามกลางอากาศร้อนที่อบอ้าว  สิ่งแรกที่เราพบเห็นคือ  หมู่เรือนไทยท่ามกลางบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นเป็นคลองเล็กคลอง

น้อย มีสะพานไม้ทอดเลียบไปให้เดินสัมผัสกับร้านค้าจำหน่ายของพื้นเมืองจากภาค ต่างๆ เดินผ่านเข้าไปจะมีซุ้มเรือนไทยประดิษฐานพระพิฆเนศแกะสลักจากไม้

ขนาดใหญ่ให้ไหว้บูชา

 

ขณะที่  บนสายน้ำมีเรือจอดเทียบจำหน่ายอาหารนานาชนิดๆ ส่ งกลิ่มหอมเย้ายวนให้เลือกซื้อมาลิ้มลอง ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ไข่ปลาหมึกย่าง ไข่กระทะ ผลไม้นานาชนิด ที่

จำหน่ายในราคาคนไทยแบบไม่แพงจนรับไม่ได้  ห ากเหนื่อยล้าไม่คิดจะย่างเท้ายังมีบริการล่องเรือให้สัมผัสวิถีชีวิตพื้นบ้าน   แบบไทยๆ อย่างใกล้ แต่หากมี

แรงเดินต่อบนสะพานไม้ที่ทอดยาวไปจะมีร้านค้าจำหน่ายของแปลกๆ   แต่เราอาจจะชินตาจากตลาดน้ำอัมพวาวางขายอยู่เป็นระยะ   ทั้งร้านของเล่นที่ย้อนไปสมัย

พ่อแม่เราเป็นเด็ก ที่ทำให้เพลิดเพลินให้เลือกซื้อหาไม่น้อย

 

แต่แล้วก็ต้องมาสะดุดกับนักดนตรีแปลกๆ กลุ่มนี้ที่บรรเลงเพลงขับกล่อมผู้คนที่ผ่านไปมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม เดินต่อไปจนเกือบสุดทางฝูงแพะร้องเชิญชวนให้เราซื้อนม

ป้อนจนใครหลายคนอดใจไม่ไหวต้องควักกระเป๋าจนได้

นอกจากนี้ ตลาดน้ำสี่ภาคพัทยายังมีการแสดงวัฒนธรรมไทยไว้ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติได้รับชม ทั้งฟ้อนรำจากภาคต่าง ๆ หากคิดสนุกจะร่วมแข่งมวย

ทะเลที่ผู้ชมต่างส่งเสียงเชียร์ลั่นก็ได้

 

ตลาดน้ำสี่ภาคพัทยาเปิดแต่สายๆ จนถึงดึกเที่ยงคืน หากมาในเวลากลางวันอย่าลืมพกร่มหรืออุปกรณ์คลายร้อนมากัน๊า

  

นอกจากแสงสียามค่ำคืนแล้ว เราลองมาดูสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ของพัทยากัน

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ปราสาทสัจธรรม (The Sanctuary of Truth)

 

เป็นสถาปัตยกรรมไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณแหลมราชเวช ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ชาวบ้านเรียกชื่อปราสาทแห่งนี้โดยทั่วไปว่า

วังโบราณ”  หรือ  ปราสาทไม้”  เป็นปราสาทไม้ริมทะเลที่อลังการตระการตา  งดงามด้วยประติมากรรมและลวดลายแกะสลักที่สะท้อนให้เห็นถึงโลกทัศน์  ภูมิปัญญา

คุณธรรมและปรัชญาของคนในโลกตะวันออก  และศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของมนุษย์  ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของศาสนาในฐานะเป็นเครื่องค้ำจุนโลก  โดย

เน้นหลักสำคัญคือ ก่อกำเนิดทั้ง 7 คือ ฟ้า ดิน พ่อ แม่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว และคุณธรรม

 

ข้อประพฤติปฏิบัติทั้ง 4 คือ

เทวดาถือดอกบัว หมายถึง ตั้งหลักให้กับโลก – ศาสนา
เทวดาอุ้มเด็กจูงคนชรา หมายถึง ให้ชีวิตแก่มนุษย์ – การสืบต่อ
เทวดาถือหนังสือ หมายถึง ต่อเนื่องปรัชญาอมตะ – ปัญญา
เทวดามีนกพิลาปเกาะมือ หมายถึง เพื่อความสงบสุขของโลก – สันติภาพ

คุณเล็ก วิริยะพันธ์ ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ ได้เริ่มออกแบบ และก่อสร้างปราสาทสัจธรรมด้วยไม้ทั้งหลัง ในปี พ.ศ.2524 โดยใช้ระบบเข้าเดือยไม้แบบ

ไทย หรือใส่สลักไม้ นับเป็นงานสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมแห่งศตวรรษ ซึ่งได้รับรางวัลประเภทรายการแหล่งท่องเที่ยวดีเด่น จากรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

ประจำปี พ.ศ. 2551

นอกจากสถาปัตยกรรมชั้นยอด ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ ที่น่าสนใจไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวอีก ไม่ว่าจะเป็น ขี่ม้า นั่งรถม้า ขี่ช้างชมปราสาทสัจธรรม ขับเรือเร็ว นั่งเรือ

เร็วชมปราสาททางทะเล ขับรถเอทีวี กระโดดหอ ทอสอบกำลังใจและกิจกรมกลางแจ้งอื่น ๆ อีกมากมาย

ทั้งนี้ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00น.-17.00น. รอบสาธิตการฝึกโลมา แสดงทุกวัน เวลา 11.30 น. และ 15.30 น ค่าเข้าชมท่านละ 500 บาท

ติดต่อสอบรายละเอียดล่วงหน้าได้ที่ โทร. 038-367-229,038-367-915 หรือเว็บไซต์ www.sanctuaryoftruth.com

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

บ้านสุขาวดี

 

เป็นคฤหาสน์ริมทะเลพัทยา  ตั้งอยู่บริเวณชายทะเล อำเภอบางละมุง บนเนื้อที่กว่า 80 ไร่  ตัวบ้านเป็นสถาปัตถกรรมประยุกต์แบบโรมันที่ใช้โทนสีชมพูและฟ้าเป็นหลัก

ภายในมีการตกแต่งที่หรูหรา ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่โดดเด่นสไตล์ยุโรป เปิดให้นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจเข้าชม บ้านสุขาวดีเป็นบ้านของคนไทย โดยเจ้าของคือ ดร.ปัญญา

โชติเทวัญ  เจ้าของธุรกิจสหฟาร์ม  

 

ประวัติของบ้านสุขาวดี

บ้านสุขาวดี เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 2543 บนเนื้อที่ 12 ไร่  ติดถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 129 ห่างจากที่ว่าการอำเภอบางละมุง ประมาณ 1 กิโลเมตร  มีชายหาดยาว

400 เมตร ปัจจุบันมีเนื้อที่กว่า 80 ไร่

บ้านสุขาวดีเปิดกว้างขึ้นด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ผู้มีโอกาสได้มาสัมผัสเป็นเจ้าของร่วมกันและได้ค้นพบถึงสัจธรรมในการดำเนินชีวิต พร้อมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายที่ควร

สักการะ อาทิเช่น พระพุทธเจ้าปางประสูติ , พระแม่กวนอิม , พระเจ้าตากสินมหาราช , รัชกาลที่ 5 , กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือพระบิดาแห่งราชนาวีไทย เป็นต้น 

ทุกสิ่งทุกอย่างในสถานที่แห่งนี้ถูกกำหนดขึ้นอย่างมีดีไซน์ ประกอบด้วยศาสตร์ และศิลป์อย่างลงตัว  สมดุล และมีเหตุมีผล ด้วยบรรยากาศเงียบสงบ แวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้

และภูมิทัศน์ที่งดงาม และยังมีอาคารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม  ด้วยอำนาจของความรัก ความเมตตา ของผู้สร้างซึ่งไม่เคยยอมแพ้และไม่ยอมให้ความจนเป็นข้อจำกัดใน

ชีวิต ขอให้สิ่งเหล่านี้เป็นกำลังใจ หรือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแง่คิดที่จะนำพาท่านไปสู่จุดหมายดร.ปัญญา 

   

 

 บ้านสุขาวดี ประกอบด้วยอาคารหลักๆ ดังนี้

1. อาคารพระแม่กวนอิม (Main building & Goddess of Mercy) 
2. อาคารโดมพระ (Buddha tower) 
3. ศาลหลักเมือง (Sukhawadee?s Pillar Shrine) 
4. ความลับสวรรค (Yin – Yang Zone) 
5. อาคารพุทธบารมี (Buddhabaramee/Convention Hall) / เวที่เฉลิมพระเกียรติ (Royal Chalermprakiet stage) 
6. โดมละหมาด (Salah Dome ) / อาคารไอริสโซเฟีย (Airis Sophia?s souvenir shop ) 
7. สหฟาร์มสเตชั่น (Saha Farm Station) 
8. จุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม ( Saha Farm Kitchen & Restaurant) 
9. อาคารสโมสร (Club House) 
10. อาคารสัจธรรม (Hall of Truth) 

ทั้งนี้ บ้านสุขาวดีเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าไปเที่ยวชมความงามในวันธรรมดาจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 – 18.00 น. เฉพาะบริเวณด้านนอกของบ้าน แต่ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะเปิดให้เข้าชมภายในตัวบ้าน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. และยังสามารถขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าเพื่อเข้าไปสักการะเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งได้รับการล่ำลือว่าศักดิ์สิทธิ์ขอพรสิ่งใดก็ได้ดังปรารถนา

อัตราค่าเข้าชม

ผู้ใหญ่ บุคคลทั่วไป 200 บาท
เยาวชน นักเรียน นักศึกษา 50 บาท
นักบวช พระภิกษุสงฆ์ และเด็กที่มีความสูงไม่เกิน 100 เซนติเมตร ไม่เสียค่าผ่านประตู

 ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 01-572-4067, 09-813-2971, 038-223454

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

>>–> ชมรูปทริปนี้ใน

https://cid-8287b3c4c01d9287.skydrive.live.com/browse.aspx/Pattaya%20Floating%20Market%2011%5E_07%5E_09

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.